สืบนครบาลจับ ป๊อบ บึงสามพัน แสบหลอกขายสินค้าออนไลน์ ติดแบล็กลิสต์ยาวหางว่าว

วันที่ 22 มิ.ย.66 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รองผบก สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รองผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5

ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายนพสร หรือป๊อบ อายุ 31 ปี ชาวต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 44/2566 ลงวันที่ 19 ม.ค.2566 ข้อหา“ ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด” จับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้าน บี.อี.เกษตรฟาร์ม หมู่ 8 ถนนนิคมสร้างตนเอง ต.ท่าศาลา อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม ที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดย ชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากผ่าน เพจ IDMB ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัว ป๊อบ บึงสามพัน มิจฉาชีพระดับตำนานโกงหลอกขายสินค้าออนไลน์ทุกวงการ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ , คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค , กล้องถ่ายรูป , เครื่องโปรเจคเตอร์ , ฟิล์มถ่ายรูป , หนังสือนิยายหายาก , เสื้อวงดนตรีต่างๆ ฯลฯ ก่อเหตุต่อเนื่องเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันยังคงลอยนวล หลบหนีและก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง เสนอขายสินค้าทิพย์กว่า 200 กลุ่ม มูลค่าความเสียหายรวม 3 ล้านบาท

จากการตรวจสอบในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า นายนพสร มีหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี 2 หมายจับ ประกอบด้วยหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 44/2566 ลงวันที่ 19 ม.ค.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด ” และหมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.317/2566 ลงวันที่ 15 มิ.ย.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ”

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าตนเรียนจบชั้นม.3 เดิมทีทำงานเป็นพนักงานโรงแรมในพื้นที่เพชรบูรณ์ จนช่วงอายุประมาณ 25 ปี ย้ายมาอยู่ที่ จ.นนทบุรี โดยหันมาประกอบอาชีพขายของตามตลาดนัดย่านปากเกร็ด แต่เนื่องจากประสบปัญหาขายของขาดทุนจนเงินลงทุนหมด จึงเริ่มคิดนำโทรศัพท์มือถือที่ตนมีไปลองโพสต์ขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้ชื่อบัญชีเฟซบุ๊ก ขณะนั้นมีผู้สนใจติดต่อซื้อมาหลายคน จึงทักขายให้กับทุกคนที่สนใจ โดยใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวในการรับเงิน แต่ไม่ส่งสินค้าให้ เห็นว่าได้เงินมากพอสมควร จึงเริ่มขายสินค้าที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค , กล้องถ่ายรูป , เครื่องโปรเจคเตอร์ , ฟิล์มถ่ายรูป, หนังสือนิยายหายาก , เสื้อวงดนตรีต่างๆ โดยหาภาพถ่ายสินค้าต่างๆ มาจากอินเทอร์เน็ตโดยที่ตนไม่มีสินค้าจริง

เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2560 มีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อประมาณเดือนละ 30 ราย มูลค่าความเสียหายแต่ละรายประมาณ 500 ถึง 3,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมในช่วง 6 ปี ที่เริ่มก่อเหตุมากกว่า 3 ล้านบาท โดยเงินที่ได้มาส่วนใหญ่นำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน , เที่ยวเตร่ , ยาเสพติด , เลี้ยงแมว

จากการตรวจสอบข้อมูลประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหาในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีในฐานความผิดต่างๆ รวม จำนวน 4 คดี ประกอบด้วย 1) ปี 2560 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ” ท้องที่ สภ.โคกเจริญ ภ.จว.ลพบุรี 2) ปี 2563 ถูกจับกุมในความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ” ท้องที่ สน.บุคคโล

3) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 44/2566 ลงวันที่ 19 ม.ค.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด ” และ4) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.317/2566 ลงวันที่ 15 มิ.ย.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ภ.จว.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน