ภรรยาผู้ตาย เดินทางติดตามความคืบหน้าคดี เผยสามีเป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่ยอมคน ยันสามีไม่เคยยุ่งกับใครก่อน ไม่เคยไปวุ่นวายกับใคร และไม่เคยไปหาเรื่องเขาก่อน
จากกรณีที่ นายพูลสวัสดิ์ อายุ 45 ปี ผู้เสียชีวิต ขี่วิน จยย. ถูกหลานชาย คือนายชัชพร หรือตูน อายุ 25 ปี มือปืน เจ้าหน้าที่เวรเปลโรงพยาบาล ใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ยิง 7 นัด เสียชีวิต หลังมีปากเสียงชกต่อยกัน บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ซอยเทอดไท 33 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา
คืบหน้าวันที่ 12 กันยายน 2568 นางเตชินี (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีที่ สน.บุคคโล และบอกกับสื่อว่า ครั้งแรกที่มีปัญหากันคือเรื่องบ้าน เพราะบ้านที่ครอบครัวของมือยิงอยู่นั้นเป็นชื่อของแม่สามีตน ที่ผ่านมาสามีก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับครอบครัว
แต่ทางนั้นชอบมาพูดกวนประสาท และหลอกล่อจะให้สามีเซ็นมอบอำนาจแต่สามีก็ไม่เคยเซ็น ทำให้ทางสามี ดำเนินการเรื่องบ้านมาโดยตลอด เพื่อที่จะเข้าไปอาศัยในบ้านหลังนั้น แต่ด้วยภาระหนี้สิน และสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง จึงไม่ได้ดำเนินการต่อ
ที่ผ่านมาทั้ง 2ครอบครัวก็ระหองระแหงกันมาโดยตลอด หลังจากนั้นก็มักมีปัญหากันเรื่องหมา หมาบ้านเขาได้วิ่งตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของตนจนรถเกือบล้ม ตนจึงถามว่า “ทำไมถึงเลี้ยงหมาแบบนี้” ทางด้านครอบครัวผู้ก่อเหตุตอบกลับมาว่า “แล้วจะทำไม” “แล้วมึงล้มหรือยัง” ตั้งแต่นั้นมาก็ทะเลาะกันมาโดยตลอด
นางเตชินี ยอมรับว่า สามีเป็นคนอารมณ์ร้อนแต่ไม่เคยยุ่งกับใครก่อน เขาเป็นคนที่ไม่ยอมคนถ้าไม่ผิดก็ไม่ยอมอยู่แล้วแต่ไม่เคยไปวุ่นวายกับใคร
เมื่อถามถึงเรื่องเงินเคยมีปัญหากันมาก่อนหรือไม่ นางเตชินี บอกว่าไม่เคยมี และยืนยันกับทีมข่าวว่าสามีไม่เคยไปลงไม้ลงมือกับเขาก่อนไม่เคยไปหาเรื่องเขาก่อน
ส่วนเหตุการณ์เมื่อวานนี้ช่วงที่เกิดเหตุตนออกไปส่งผู้โดยสาร แต่มีคนมาเล่าให้ฟังว่าทางฝั่งของผู้ก่อเหตุมามองหน้าสามีก่อน ก่อนที่สามีจะถามกลับว่ามองทำไม จากนั้นนายชัยพรได้เอาลูกชายกลับไปส่งที่บ้าน ก่อนจะออกมาที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง และทั้งคู่ก็ต่อยกัน
แต่ฝั่งนายชัยพรสู้สามีไม่ได้ จึงชักปืนออกมา และยิงรัวใส่สามีจนเสียชีวิต ตนเห็นอีกครั้งคือตอนที่สามีนอนเสียชีวิตอยู่ที่เกิดเหตุ ตนไม่คิดว่าแค่ปัญหาจากเรื่องหมาจะทำให้ต้องเสียสามีไป แต่ที่ผ่านมาก็รู้ว่านายชัยพรมีปืน เพราะมักจะถ่ายลงโซเชียลอยู่เป็นประจำ และยืนยันว่าจะไม่มีการยอมความจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
วันนี้จึงมาสอบถามตำรวจว่าจะมีการนำตัวผู้ก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่ รวมถึงมาดำเนินการเอกสารเรื่องการรับร่างของนายพูลสวัสดิ์ หลังจากนี้จะมีผู้เสียหายมาแจ้งความเอาผิดกับนายชัยพรเพิ่มในข้อหาพยายามฆ่าด้วย