นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า จากการเปิดประมูลขายที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ยึดมาจากคดีความผิดในการฟอกเงินตามกฎหมาย ปปง. และ ป.ป.ช. โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Treasury e-Auction ซึ่งเป็นระบบประมูลทรัพย์ออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://auction.treasury.go.th ที่ได้ดำเนินการร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พัฒนาระบบประมูลขายทรัพย์สินดังกล่าว โดยเปิดประมูลตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. และปิดการประมูลเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 14 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา

ปรากฎว่าสร้างรายได้จากประมูลทรัพย์สินฯ เกินเป้า ซึ่งตั้งไว้ที่ 250-270 ล้านบาท แต่เมื่อจบการประมูลยอดพุ่งสูงถึงกว่า 300 ล้านบาท จากรายการประมูลขายทรัพย์สิน จำนวน 151 รายการ 224 แปลง โดยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และอีก 21 จังหวัดในหลากหลายภาคทั่วประเทศ อาทิ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต เป็นต้น มีทั้งที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินอื่น ห้องชุด และอาคารชุด

ทั้งนี้ ทรัพย์สินดังกล่าวไม่ได้นำมาใช้เพื่อใช้ในราชการและกรมธนารักษ์ไม่มีอัตรากำลังคนและงบประมาณในการดูแล บำรุงรักษา กรมธนารักษ์จึงมีแนวทางในการบริหารจัดการโดยการเปิดประมูลเป็นการทั่วไปเพื่อขายทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งนับวันจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลดภาระในการดูแล และเป็นการเพิ่มรายได้แก่รัฐอีกทางหนึ่งด้วย

นายยุทธนา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากรายการประมูลขายทรัพย์สินในครั้งนี้ มีการประมูลได้มากถึง 132 แปลง ซึ่งเหลือเพียง 19 รายการ จะนำไปเปิดประมูลในรอบต่อไปในช่วงเดือนก.ค. 2564 นี้ พร้อมกับทรัพย์สินอื่นๆ ด้วย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ Treasury e-Auction เช่นเดิม เพื่อให้ประชาชนค้นหาและประมูลทรัพย์ที่ต้องการผ่านออนไลน์แบบ Real Time สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมประมูลเพื่อลงทะเบียนและเสนอราคาซื้อแต่ไม่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน กรมธนารักษ์ได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมเครือข่ายเน็ตเวิร์ค ไว้บริการ ณ ส่วนกลางที่กรมธนารักษ์ และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูลในครั้งต่อไป สามารถลงทะเบียนสมัครสมาชิกเข้าร่วมประมูลออนไลน์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนสมาชิก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน