กรมการค้าภายในถกสมาคมผู้เลี้ยงหมู-ไก่-ไข่ และผู้ประกอบการรายใหญ่ หลังความต้องการบริโภคเพิ่ม ดันหมูหน้าฟาร์มแตะ 74 บาท/กก. ลุ้นทรงตัวถึงกลางก.ย. ขณะที่ไก่เนื้อเริ่มฟื้น คาดผลผลิตกลับสู่ปกติ ส่วนไข่มีพอ เตรียมเพิ่มซัพพลายหลังยืดอายุแม่ไก่ พร้อมจับตาราคาปลายทาง หวั่นกระทบค่าครองชีพประชาชน

วันที่ 21 ส.ค. 2569 นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 20 ส.ค. กรมฯ ได้หารือร่วมกับองค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ไก่เนื้อและไก่ไข่ ได้แก่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมผู้ผลิตไก่เนื้อเพื่อการส่งออก สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง และเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว ชลบุรี ลุ่มแม่น้ำน้อย และเชียงใหม่ – ลำพูน

รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ ซีพีเอฟ เบทาโกร ไทยฟู้ดส์ สหฟาร์ม คาร์กิลล์มีทส์ วี.ซี.เอฟ.กรุ๊ป และเอส พี เอ็ม เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการค้าสินค้าเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ พร้อมหารือแนวทางบริหารจัดการด้านราคาให้เกิดความสมดุล ไม่เป็นภาระต่อผู้ผลิตและไม่กระทบต่อผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบัน

จากการติดตามพบว่า ปัจจุบันภาวะการค้าและความต้องการบริโภคเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่งผลให้ระดับราคาสินค้าหน้าฟาร์มมีการปรับตัวตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้ขอความร่วมมือทุกฝ่ายในการบริหารจัดการซัพพลายให้เข้าสู่ภาวะสมดุล เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาชิ้นส่วนค้าปลีกปลายทางปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน

หมูหน้าฟาร์มแตะ 74 บาท ลุ้นทรงตัวถึงกลาง ก.ย.

ด้านนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 72 – 74 บาท/กก. ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเนื่องจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงเล็กน้อย โดยสูงกว่าต้นทุนการผลิตสุกรมีชีวิต 1-2 บาท/กก. ทำให้เกษตรกรมีรายได้เหนือระดับต้นทุนและสามารถประคองการผลิตต่อไปได้

ในขณะที่ภาวะการค้าและความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มราคาสุกรในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้อาจจะขยับขึ้นเล็กน้อย และจะสามารถทรงตัวรักษาระดับนี้ไปได้จนถึงช่วงกลางเดือนก.ย.

อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไปราคาอาจมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาชิ้นส่วนค้าปลีกปลายทางยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัว ประกอบกับในเดือนต.ค.นี้ จะเข้าสู่เทศกาลกินเจซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการบริโภคเนื้อหมูมักจะลดลงเป็นปกติทุกปี

ไก่เนื้อผลผลิตเริ่มฟื้น คาดกลาง ก.ย. กลับสู่ปกติ

ทางด้านนายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ได้กล่าวในที่ประชุมถึงในสถานการณ์ไก่เนื้อ ว่าปัจจุบันปริมาณผลผลิตยังคงออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ลดลงจากช่วงก่อน จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้เกิดความเสียหายบางส่วนในสัตว์ปีกทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ ประกอบกับผู้เลี้ยงลดกำลังการผลิตในช่วงก่อนหน้าจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจุบันความเสียหายเริ่มลดลง และผู้เลี้ยงเริ่มกลับเข้าเลี้ยงมากขึ้น จึงคาดว่าราคาไก่เนื้อจะไม่ปรับตัวสูงขึ้นไปกว่านี้แล้ว และช่วงกลางเดือนก.ย.นี้ สถานการณ์ด้านปริมาณผลผลิตจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ

ไข่ไก่มีพอ จ่อเพิ่มซัพพลายหลังยืดอายุแม่ไก่

ขณะที่ นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ได้กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันปริมาณผลผลิตไข่ไก่มีเพียงพอและออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขอความร่วมมือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายใหญ่ให้ขยายระยะเวลาการเลี้ยงแม่ไก่ยืนกรงจาก 80 สัปดาห์ เป็น 83 สัปดาห์ และชะลอการส่งออก คาดว่าจะทำให้มีปริมาณไข่ไก่เข้าระบบเพิ่มขึ้นอีก สอดคล้องกับข้อมูลจาก ผู้แทนกรมปศุสัตว์ ที่ระบุว่า ปริมาณไข่ไก่มีแนวโน้มทยอยเพิ่มเข้าสู่ระบบ

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้แทนผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้แก่ เบทาโกร CPF ยืนยันที่จะบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยจะบริหารจัดการผลผลิตเข้าสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสมดุลของระบบ และราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายใน ได้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงการจำหน่ายไข่ไก่ ปี 2569 ผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

ทั้งนี้ กรมฯ จะหารือร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการทั้งด้านปริมาณให้มีเพียงพอและราคาปลายทางให้เกิดความเหมาะสมเป็นธรรม

อย่างไรก็ดีกรมการค้าภายใน ได้มีการกำกับดูแลและติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค

หากพบผู้ค้ารายใดมีพฤติกรรมจำหน่ายเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ในราคาสูงเกินสมควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากพบการกระทำผิด จะมีความผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน