หุ้น MRDIYT เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรก เปิดที่ 7.05 บาท ต่ำกว่าราคา IPO 8.60 บาท ราว 18.02% “แอนดี้ ชิน กวานกุ้ย” ซีอีโอ เผยยังเชื่อมั่นศักยภาพการเติบโตต่อเนื่อง พร้อมแผนขยายสาขาแตะ 1,500 แห่งใน 3 ปี เดินหน้าลงทุนคลังสินค้าอัตโนมัติรองรับอนาคต หลังครึ่งปีแรกทำรายได้กว่า 9.4 พันล้านบาท กำไรพุ่ง 48.2%
วันที่ 5 พ.ย. 2568 บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT ได้เข้าทำการซื้อขาย (เทรด) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก ในกลุ่มบริการ หมวดธุรกิจพาณิชย์ โดยเปิดตลาดที่ราคา 7.05 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้เมื่อเทียบกับราคาที่เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งต่ำกว่าราคาที่หุ้นละ 8.60 บาท ทำให้ราคาเปิดการซื้อขายเป็นครั้งแรกต่ำกว่าราคา IPO ที่หุ้นละ 1.55 บาท หรือ -18.02%
นายแอนดี้ ชิน กวานกุ้ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MRDIYT เปิดเผยว่าบริษัทยังมีมุมมองที่ดี โดยตามแผน 3 ปี จะขยายสาขาให้ครบ 1,500 สาขา พร้อมกับการเน้นหาสินค้าคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสมมาให้ลูกค้า ส่วนแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในปี 2568 เป็นไปในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 9,419.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,176.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.2% ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ก็ยังมีการเติบโตในความเร็วที่ต่อเนื่องและจะมีการหาสินค้าเพิ่มเติมรวมถึงการขยายสาขาใหม่เพิ่มให้ได้ตามเป้าหมาย อีกทั้งขณะนี้บริษัทก็เริ่มมองหาแนวโน้มในการขยายสาขาใหม่ในปี 2569 แล้ว
“ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่เติบโตขึ้นอย่างมาก มาจากการขยายเครือขายสาขาซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 802 สาขา ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567 เป็น 1,027 สาขา ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2568 อีกทั้ง จำนวนธุรกรรมที่สาขาเพิ่มขึ้นจาก 46.3 ล้านรายการ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 เป็น 56.7 ล้านรายการ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 และมีมูลค่าเฉลี่ยต่อธุรกรรมที่สาขาเพิ่มเป็น 165.9 บาท/บิล จาก 162.2 บาท/บิล ในช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว”
นายแอนดี้ กล่าวด้วยว่าในส่วนของแผนการใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ จะแบ่งเป็น 3 ส่วน โดยในส่วนแรกวางแผยจะนำไปใช้ในการขยายสาขาใหม่และการขยายคลังสินค้าเพิ่มเติมในการรองรับการขยายสาขาในอนาคตของบริษัท ขณะที่อีกส่วนจะนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้ของบริษัท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนภาระหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.4 เท่า และอีกหนึ่งส่วนจะนำไปใช้เป้นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
สำหรับป้าหมายการขยายสาขาใหม่ในปีนี้รวม 200 สาขา โดยคดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนปี 2569-2570 ตั้งเป้าจะขยายสาขาใหม่อีกปีละ 200 สาขา รวมเป็น 1,500 สาขา ขณะที่เป้าหมายในระยะกลางบริษัทเตรียมซื้อที่ดิน 160 ไร่ เพื่อลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งจะเริ่มทยอยแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการในปี 2571 และจะดำเนินการได้เต็มระบบภายในปี 2573
อย่างไรก็ดีปัจจุบันบริษัทยังมองไม่เห็นธุรกิจที่เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ MRDIYT ซึ่งมีรายการสินค้าสูงถึง 16,000 SKU แม้อาจมีสินค้าที่คล้ายคลึงกับธุรกิจอื่น แต่ก็ยังไม่มีคู่แข่งโดยตรง สำหรับเป้าหมายของบริษัทยังคงมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและราคาที่คุ้มค่า รวมถึงเข้าถึงผู้บริโภคได้
พร้อมกันนี้้นายแอนดี้ ยังกล่าวถึงราคาหุ้น MRDIYT ที่เปิดซื้อขายเป็นวันแรกโดยต่ำกว่าราคา IPO นั้น น่าจะมาจากความผันผวนของตลาด