BCPG เปิดกลยุทธ์ ‘The Next Decade:Broadening Horizons of Sustainability’ ตั้งงบลงทุนปีหน้า 7,000 ล้านบาท มุ่งโต 100% ต่อยอดธุรกิจพลังงานสู่โครงสร้างพื้นฐาน

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบีซีพีจี เปิดแผนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของการเติบโต ภายใต้แนวคิด “The Next Decade: Broadening Horizons of Sustainability” ต่อยอดจากความสำเร็จในธุรกิจพลังงานสะอาด สู่การสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานแห่งความยั่งยืนในทุกมิติ”

เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว พร้อมตั้งเป้ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตเป็น 2 เท่า ภายในปี 2571 และมุ่งสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทในดัชนี SET 50 รวมถึงการได้รับการจัดอันดับในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI (Dow Jones Sustainability Index)

“พอร์ตฟอลิโอของบีซีพีจีในปัจจุบันจึงมีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะเร่งการเติบโตของ EBITDA เป็น 7,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 โดยปี 2569 บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 7,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าโครงการที่อยู่ในพอร์ตให้แล้วเสร็จตามแผน และมีศักยภาพในการลงทุนเพิ่มเติม ในช่วงปี 2570-2571 ไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจยุคใหม่”

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา บีซีพีจีได้สร้างรากฐานที่มั่นคงในธุรกิจพลังงานสะอาด สะท้อนผ่านพอร์ตการลงทุนที่กระจายตัวทั้งด้านเทคโนโลยีและภูมิภาค ปัจจุบันบริษัทลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำ และก๊าซธรรมชาติ

ครอบคลุมประเทศไทย สปป.ลาว เวียดนาม สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และสหรัฐอเมริกา รวมกำลังการผลิต กว่า 2,000 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางตลาด

โครงการสำคัญ ได้แก่ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 แห่งในสหรัฐ ที่ดำเนินการในตลาด PJM ได้รับค่าความพร้อมจ่ายในระดับสูงต่อเนื่อง โรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาวที่จำหน่ายไฟฟ้าให้เวียดนาม มีความต้องการใช้พลังงานสูง

โครงการพลังงานลมมอนซูนขนาด 600 เมกะวัตต์ ใน สปป. ลาว มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับการไฟฟ้าเวียดนาม ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อปลายไตรมาสที่ผ่านมา ต่างเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการพลังงานลมในเวียดนาม 2 โครงการ รวมกำลังการผลิต 99 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Private PPA) ในประเทศไทย ภายในปีนี้จะมีกำลังผลิตรวม 43.6 เมกะวัตต์ เติบโตกว่าเท่าตัว มีเป้าหมายขยายไปถึง 100 เมกะวัตต์

โดยบริษัทมีแผนขยายการพัฒนาโรงไฟฟ้าในไต้หวัน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างสถานีและสายส่งขนาด 200 เมกะวัตต์ รองรับโรงไฟฟ้าในโครงการแล้ว โครงการเหล่านี้จะสามารถสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง เมื่อเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบ สนับสนุนรายได้ระยะยาวและกระจายความเสี่ยงในการดำเนินการ

นายรวี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 บริษัทมีกำไรก่อนรายการพิเศษ 711.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 57.4% และมีกำไรสุทธิ 626.0 ล้านบาท ซึ่งกำไรก่อนรายการพิเศษดังกล่าวถือเป็น “จุดสูงสุดใหม่” ของบริษัท สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจ และศักยภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์พลังงานในหลายประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน