ททท. ยอมรับ แผ่นดินไหว-สงคราม ฉุดทัวร์ตะวันออกกลาง มั่นใจปี 69 กลับมาสดใส

นายสันติ แสวงเจริญ ผู้อำนวยการภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ขณะนี้กลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระยะไกลที่ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งตลาดระยะไกลจะรวมไว้ทั้งตะวันออกกลาง สหรัฐ ยุโรปทุกประเทศ และแอฟริกา
โดยตลาดตะวันออกกลาง แม้ยังติดลบอยู่แต่ถือว่าติดลบเล็กน้อยมาก เทียบกับปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบ ซึ่งเป็นปัจจัยใหญ่ทั้งสิ้น ได้แก่ ช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดแผ่นดินไหว ทำให้นักท่องตะวันออกกลางที่ตรงกับช่วงซีซั่นหยุดยาวกว่า 30 วันพอดี ส่วนใหญ่จะใช้เป็นโอกาสกระจายไปเที่ยวต่างประเทศรวมถึงไทยด้วยนั้น ตัวเลขหายไปเลย ผลกระทบอีกครั้งเป็นช่วงวันอีดิลฟิฏร์ (Eid al-Fitr) ฉลองการสิ้นสุดเดือนถือศีลอดรอมฎอน แต่สงครามอิสราเอล-อิหร่านปะทะกันรุนแรง ทำให้น่านฟ้าปิด ตัวเลขจึงวูบลง หลังจากนั้นก็ทรงตัวมาตลอด เพราะเป็นช่วงพีคของการท่องเที่ยวไทย
นายสันติ กล่าวว่า ทิศทางปี 2569 มั่นใจว่าจะดีขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีปัจจัยลบส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวอีก โดยปัจจัยบวกที่เป็นส่วนช่วยสนับสนุนให้เชื่อมั่นว่า ตลาดตะวันออกกลางจะดีขึ้นต่อเนื่อง มาจากการที่มีสายการบินใหม่เข้ามา รวมถึงเพิ่มจำนวนและไม่ได้เพิ่มการเปิดทดลองบินแบบ 2-3 วันต่อสัปดาห์ แต่เปิดเที่ยวบินแบบทุกวันต่อสัปดาห์ สะท้อนถึงสัญญาณของตลาดระยะไกลที่ปรับตัวดีขึ้น มีความต้องการ (ดีมานด์) สูงขึ้นแบบไม่ธรรมดา
ต้องจับตามองอยู่เพื่อให้พร้อมทำตลาดตอบโจทย์ความต้องการให้รวดเร็วมากที่สุด เนื่องจากบางสายการบินมีเปิดเที่ยวบินเข้ามาไทยอยู่แล้ว อาทิ แอร์ อาระเบีย (Air Arabia) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 12% ของตะวันออกกลาง ซึ่งบินเข้าจังหวัดกรุงเทพฯ และภูเก็ตอยู่แล้ว จึงใช้กลยุทธ์แอร์ไลน์ โฟกัส ดึงให้เปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มปลายทางจังหวัดกระบี่เพิ่ม และจากนี้จะเดินหน้าดึงดูดให้เปิดเส้นทางใหม่เข้าประเทศไทยเพิ่ม

นายสันติ กล่าวว่า ตลาดระยะไกล โดยเฉพาะตะวันออกกลางและแอฟริกา มั่นใจว่ายังบวกต่อแน่นอน อย่างน้อยต้องบวกจากปี 2568 อยู่ที่ 5% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีเข้ามาเที่ยวไทยสะสมประมาณ 1 ล้านคน โดยแผนการกระตุ้นตลาดต่อเนื่อง ต่อยอดจากที่มีสำนักงาน ในดูไบ และริยาด ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตลาดอันดับหนึ่ง เป็นตลาดตลาดของกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ

ประกอบด้วย 6 ประเทศ ได้แก่ 1.ซาอุดีอาระเบีย 2.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3.โอมาน 4.คูเวต 5.กาตาร์ และ 6.บาห์เรน ซึ่งจะมีการทำตลาดร่วมกับพันธมิตรในกลุ่มประเทศเหล่านี้ ทั้งสายการบิน ผู้นำทางความคิด (เคโอแอล) แคมเปยไทยเฟสต่างๆ ซึ่งจะมีการทำแคมเปญกระตุ้นตลาดต่อเนื่องแบบทั้งปี

นายสันติ กล่าวว่า ปัจจัยในปี 2569 ที่ประเมินว่ามีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาเที่ยวไทย เป็นเรื่องเศรษฐกิจที่จะได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐ ค่าเงินบาทแข็ง และอุทกภัยที่เกิดขึ้นซ้ำในหลายจังหวัดของไทย แต่ยังมีข้อดีของตลาดระยะไกลที่มักวางแผนเดินทางไว้ยาวอย่างน้อยหลักเดือน เพื่อให้คุ้มค่ากับการเดินทาง จึงไม่ได้กระทบจนตัวเลขวูบไปแบบทีเดียว ซึ่ง ก็มีประสบการณ์ในการสื่อสารด้านการตลาด เพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆ ด้วย

“ตลาดตะวันออกกลาง แม้มีผลกระทบจากปัญหาสงครามที่ลุกลามไปในด้านเศรษฐกิจ แต่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพบว่า มีการใช้จ่ายสูงมากหลัก 1 แสนบาทต่อทริป เฉลี่ยพักเพียง 6 วันเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่หากมาเที่ยวเป็นครอบครัวจะอยู่นานถึง 14 วัน ทำให้มีการใช้จ่ายสูงขึ้นอีก กระจายไปในหลายภาคส่วนมากขึ้น เพราะกิจกรรมก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัวให้ได้” นายสันติ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน