บอร์ด สสว. เคาะงบกองทุนส่งเสริมเอสเอ็มอี 2.7 พันล้านบาท ช่วยเอสเอ็มอีตรงจุด เข้าถึงง่าย หวังฟื้นฟูกิจการให้กลับมาดำเนินการใหม่ได้เร็วที่สุด

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ด สสว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วไทย และใน 9 จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ได้แก่ สงขลาปัตตานี ยะลา นราธิวาส พัทลุง ตรัง สตูล นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี

“ข้อมูลจาก สสว. ชี้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ ผู้ประกอบการกว่า 200,000 รายได้รับผลกระทบ และกระทบต่อการจ้างงานกว่า 900,000 คน จึงจำเป็นต้องออกมาตรการแบบ “เฉพาะพื้นที่-ตรงจุด-เข้าถึงง่าย” เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วที่สุด”

โดยที่ประชุมเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีอโดยใช้เงินจากกองทุนส่งเสริมเอสเอ็มอี รวม 2,700 ล้านบาท (เป็นมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรการทางการเงิน Quick Big Win วงเงิน 2.67 แสนล้านบาท ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 7 แห่ง ที่ ครม มีมติอนุมัติไปเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา) ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ มีเวลาปลอดชำระ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ วงเงิน 1,200 ล้านบาท มีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้น 1 ปี ใน 3 ด้าน ได้แก่

Transformation Fund-400 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการปรับรูปแบบธุรกิจใหม่ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ที่ตลาดต้องการ

Enhancement Fund-400 ล้านบาท ช่วยธุรกิจที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และ

Tourism & Related Fund-400 ล้านบาท ช่วยธุรกิจท่องเที่ยวและกิจการที่เกี่ยวเนื่องทั่วไทย และที่ได้รับผลกระทบหนักในพื้นที่ภาคใต้ เช่น ร้านอาหารโรงแรม รถเช่า ไกด์ ฯลฯ

มาตรการที่ 2 การให้เงินช่วยเหลือส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การเอกชน นำไปใช้ตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมเอสเอ็มอี เน้นการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย วงเงิน 1,500 ล้านบาท ผ่านกิจกรรมฟื้นฟูเศรษฐกิจ เสริมความแข็งแกร่ง เช่น การจับคู่ธุรกิจ การเปิดตลาดจำหน่ายสินค้าของจังหวัด ผลักดันสินค้าเอสเอ็มอีในภาคใต้ เข้าสู่ตลาดระดับประเทศ เพื่อสร้างรายได้ทันที

ทั้งนี้ ได้ปรับลดเงื่อนไขคุณสมบัติผู้ประกอบการ จากเดิมที่ต้องประกอบการ 2 ปี ลดเหลือ 6 เดือน เพื่อเปิดทางให้เอสเอ็มอีรายใหม่ที่เพิ่งเริ่มกิจการ สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ พร้อมสิทธิ ปลอดชำระเงินต้น เพื่อลดภาระผู้ประกอบการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทันที

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้กำกับดูแล สสว. กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนด 3 มาตรการฉุกเฉินเพื่อช่วยเอสเอ็มอีทุกกลุ่มให้ “กลับมาดำเนินกิจการได้เร็วที่สุด” ได้แก่

1.พักชำระหนี้ 6 เดือน-1 ปี ครอบคลุมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ลดภาระช่วงธุรกิจหยุดชะงัก

2.ซ่อมแซมฉุกเฉิน (BDS-SME ปัง ตังได้คืน) รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายซ่อมหรือปรับปรุงร้าน 50-80% เพื่อให้กลับมาเปิดได้เร็วที่สุด

3.เพิ่มสภาพคล่องผ่านแต้มต่อจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เอสเอ็มอีในพื้นที่น้ำท่วมได้รับแต้มต่อสูงสุด 20% ช่วยให้เข้าถึงงานรัฐเร็วขึ้นและมีรายได้หมุนเวียนทันที

ด้านน.ส.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ และรักษาการผู้อำนวยการ สสว กล่าวเพิ่มเติมว่า สสว. จะเร่งการประชาสัมพันธ์โครงการ เกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ การอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการยื่นขอรับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามวัดผลโครงการ ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการกลุ่มแรกไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย ให้ฟื้นตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

มาตรการการให้ความช่วยเหลือของ สสว เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีทั่วไทย และเอสเอ็มอีภาคใต้ ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยและภาคใต้หลังอุทกภัยใหญ่ โดยมาตรการดังกล่าว เน้นช่วยผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดกลาง สร้างโอกาสให้เอสเอ็มอี กลับมาสร้างงาน สร้างรายได้ และเดินหน้าธุรกิจอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน