“กมลภพ” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวทิ้งทวนปี 2568 มั่นใจปล่อยกู้ตามเป้า 2.41 แสนล้านบาท หลังผลงาน 9 เดือนแรก ยอดส่วนแบ่งยอดปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแตะ 43.7% สูงสุดในรอบ 20 ปี

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มีภารกิจหลักในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการอัดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ ธอส.เป็นผู้นำอันดับ 1 ในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบ โดยในปี 2568 ธอส. ได้รับเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 241,780 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ธอส. ยังทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ (Quick Big Win) ของรัฐบาล จัดทำมาตรการแก้ไขหนี้ครัวเรือนผ่าน 6 มาตรการสำหรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ทำให้ ธอส.สามารถช่วยรักษาบ้านให้กับคนไทยได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ธอส. ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ในทุกช่วงเวลา

จัดทำมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมการพักชำระหนี้ กู้เพิ่มเพื่อซื้ออุปกรณ์ฯ และกู้เพื่อซ่อมแซมอาคารหรือปลูกสร้างอาคารหลังเดิมที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ ธอส. ดำเนินการได้เป็นอย่างดี

ทางด้านนายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส. ได้เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นกลไกหลักของรัฐบาลในการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการปล่อยสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แก่ลูกค้าและประชาชนหลากหลายอาชีพ

ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2568 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ทำให้คนไทยมีบ้านได้รวม 215,130 ล้านบาท จำนวน 200,848 บัญชี คิดเป็น 89% ของเป้าหมายทั้งปี 2568 ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท
ทั้งนี้ในจำนวนสินเชื่อดังกล่าว แบ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สูงถึง 112,143 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.9%

โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ธ.ค. 2566 – 30 พ.ย. 2568) สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ทำให้คนไทยมีบ้านเพิ่มขึ้น 392,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกว่า 460,000 ล้านบาท ควบคู่ภารกิจสร้างวินัยการเงินให้คนไทยผ่านการเปิดบัญชีออมเงินกว่า 220,000 ราย และช่วยลูกค้ารักษาบ้านไว้ได้กว่า 590,000 บัญชี

สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงสามารถควบคุมให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม คืออยู่ที่ประมาณ 5.2-5.3% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5.1% ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่กระทรวงการคลังคาดหวัง

ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อในปีนี้คาดว่าจะมาจากพื้นที่ส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออก ซึ่งตัวเลขสินเชื่อทะลุเป้าหมายไปเรียบร้อยแล้ว พื้นที่ที่ทำผลงานได้ดีมาก ได้แก่ ระยอง และภูเก็ต อย่างไรก็ตาม พื้นที่กรุงเทพฯ อาจมีการชะลอตัวลงตามการเปิดตัวโครงการใหม่ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวลดลง

“ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปปล่อยใหม่ทั้งประเทศ 9 เดือนแรกปี 2568 หดตัว 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 แต่ ธอส. ยังคงปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ได้ 15.6% ส่งผลให้ ธอส. ก็จะยังเป็นผู้นำในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สะท้อนความมุ่งมั่นทำให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเอง โดยเฉพาะประชาชนในกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านหลักฐานแสดงรายได้ ได้เข้าไปดูแลให้ประชาชนกลุ่มนี้ให้เข้าถึงสินเชื่อได้บนพื้นฐานการมีวินัยทางการเงินที่ดี ส่งผลให้ปัจจุบัน ธอส. มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 43.7% สูงสุดในรอบ 20 ปี”

นายกมลภพ กล่าวและว่าธนาคารยังคงมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพมากขึ้น โดยไม่ได้ลดมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อลง และพบว่าความต้องการบ้านของคนไทยยังมีอยู่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดบ้านมือสอง ซึ่งพบว่าปัจจุบันมีการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงโอกาสของบ้านราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท จะยังคงอยู่ เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของธนาคาร นอกจากนี้ในกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ

โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สม่ำเสมอแต่ไม่มีหลักฐานทางการเงินชัดเจน ซึ่งในกลุ่มนี้ธนาคารได้พยายามขยายเข้าไปโดยผ่าน”ธอส. โรงเรียนการเงิน” คือโครงการของ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ช่วยสร้างวินัยทางการเงินและเปิดโอกาสให้คนไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่ชัดเจน (เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์) สามารถมีบ้านได้ง่ายขึ้น

โดยการออมเงินกับ ธอส. อย่างสม่ำเสมอนาน 12 เดือน เพื่อสร้างหลักฐานทางการเงิน ทำให้การขอสินเชื่อบ้านง่ายขึ้น เช่น กลุ่มแคดดี้ (สนามกอล์ฟ) ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดีมากในการกู้บ้าน

ทั้งนี้การดำเนินงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งรวมถึงระบบ Core Banking โดยได้มีการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบหลักของธนาคารสามารถรองรับการทำธุรกิจต่อไปได้อีกประมาณ 5-10 ปี

ตลอดจนการใช้ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในระบบสารสนเทศที่ดิน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์และด้านเทคนิค ให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทำให้การพิจารณาสินเชื่อมีความถูกต้องและแม่นยำ ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ สามารถนำข้อมูลไปใช้ประเมินสถานการณ์และแนวโน้มการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีโครงการระบบ GHB Digital Appraisal ระยะที่ 3 ขยายฐานการให้บริการลูกค้าด้านการประเมินราคาให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มียอดสินเชื่อในปริมาณที่สูงในแต่ละภูมิภาครวม 24 จังหวัดหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการประเมินราคาได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การพิจารณาสินเชื่อมีความรวดเร็วมากขึ้น

กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ยังกล่าวถึงการสิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่ง โดยจะทำงานถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2568 มีความภาคภูมิใจในภารกิจที่สามารถยกระดับและช่วยให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น

พร้อมกล่าวถึงแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2569 แม้จะมีความท้าทาย แต่เชื่อว่ายังคงมีโอกาสเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 250,000 ล้านบาท เนื่องจากธอส.เป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินอื่น
////////////////////////////////

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน