น่าจับตามองต่อการเดินยุทธศาสตร์การเติบโตของธนาคารกรุงไทย ในปี 2569

ในโอกาสที่ธนาคารกรุงไทยนำคณะไปศึกษาดูงาน Krungthai Travel Debit Card ที่เมืองหางโจว และนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 24-29 พ.ย.ที่ผ่านมา

รายงานพิเศษ

นายธวัชชัย ชีวานนท์

 

พร้อมทั้งผสานความร่วมมือที่มากขึ้นกับ Ant International บริษัทเทคโนโลยีการเงินยักษ์ใหญ่ของจีน เจ้าของ Alipay+, Antom, Worldfirst และ Bettr เพื่อยกระดับบริการทางการเงินและแอปพลิเคชั่นธนาคารในมือถือของประเทศไทย

นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย เล่าถึงทิศทางของธนาคารกรุงไทยว่า ธนาคารกรุงไทยได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลัก ในปี 2569 ได้แก่ 1.มุ่งเน้นการใช้ความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างรายได้และทำธุรกิจกับลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ SME และรายย่อยให้ดีมากยิ่งขึ้น

2.สร้างแพลตฟอร์มที่ส่งเสริมการเติบโตในอนาคต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร ทำให้ประชาชนทุกระดับชั้นเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น และเป็นมากกว่าการให้บริการทางการเงิน

รายงานพิเศษ

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์

 

3.ยกระดับการให้บริการลูกค้าทั้งระบบแบบ End to End นำเสนอรูปแบบและวิธีการบริการใหม่ๆ จากต้นจนจบที่ทันสมัย รวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อมโยงกันมากขึ้น

4.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีและข้อมูลให้พร้อมสำหรับการก้าวสู่อนาคต เพื่อสนับสนุนการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด

5.ขับเคลื่อนวัฒนธรรมและการทำงานรูปแบบใหม่ เพื่อให้พร้อมต่อทุกความท้าทายและทุกการเปลี่ยนแปลง สร้างรูปแบบใหม่ในการทำงาน

รายงานพิเศษ

นำคณะดูแงานที่ Ant Group

 

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยตั้งเป้าอัตราตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ต้องเติบโตมากกว่า 10% ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป เนื่องจากต้องการให้ผู้ถือหุ้นเริ่มเห็นมูลค่าของธนาคารสะท้อนออกมาที่ราคาหุ้นมากขึ้น โดย ROE ปัจจุบันอยู่ที่ 12.80%

ขณะที่ นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking ธนาคารกรุงไทย เผยว่า หลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทยมีการปรับตัวและปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้บทบาทของธนาคาร ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ที่ต้องสร้างคุณค่าให้ทั้งผู้ถือหุ้น ประชาชน และภาครัฐ สะท้อนผ่านผลงานหลังจากปี 2563 ธนาคารเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งผลตอบแทนผู้ถือหุ้น มูลค่าบริษัท และความแข็งแรงของคุณภาพสินทรัพย์

รายงานพิเศษ

บัตร Travael Card

 

ได้มุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปรับตัวเข้าสู่สังคมสูงวัย การใช้ข้อมูลและ AI เพื่อสร้างโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าการเตรียมความพร้อมด้าน Digital Asset และการเสริมสร้างความยั่งยืนด้วย ESG

โดยธนาคารจะปรับแนวทางการให้บริการและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ภายใต้ 6 กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มที่มีความมั่งคั่ง (Wealth) กลุ่มพนักงานเอกชน กลุ่มเกษียณและผู้สูงอายุ ธุรกิจเอสเอ็มอี-อาชีพอิสระ กลุ่มอายุน้อย-นักศึกษา และกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย

รายงานพิเศษ

แบบแปลนอาคารของ Ant Group รองรับพนักงานหมื่นคน

 

การทำความเข้าใจลูกค้ากลุ่มต่างๆ ทำได้ผ่านการใช้ข้อมูลและ AI โดยทีม Data Scientist ของธนาคารวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการที่ แท้จริง ซึ่งการใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธนาคารสามารถสร้างโซลูชั่นที่เหมาะสมและตรงใจลูกค้า ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและ AI รวมถึงการพัฒนา Virtual Bank เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้รับบริการอย่างเต็มที่ เพิ่มโอกาสให้กลุ่มลูกค้ารากหญ้าและผู้ที่ไม่มีข้อมูลเครดิตเพียงพอเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินได้

การเดินหน้า ธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ที่เป็นกลไกสำคัญในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ของกรุงไทย ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ในการเพิ่มโอกาส เข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) และลดความเหลื่อมล้ำ ให้กับกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน

เราเห็นปัญหาของกลุ่มที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่เต็มที่ เพราะไม่มีข้อมูลในระบบที่เพียงพอให้ธนาคารให้บริการได้ปกติ เช่น กลุ่มรากหญ้า กลุ่มไม่มีข้อมูลในเครดิตบูโร ซึ่งมั่นใจว่า Virtual Bank จะเข้ามาเสริม ช่วยให้เราเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้แน่ๆ โดยกรุงไทยจะใช้ Alternative Data ที่ได้จากพาร์ตเนอร์ มาประกอบการพิจารณาเป็นการคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อให้บริการลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เหล่านี้ได้

รายงานพิเศษ

ศึกษาดูงานที่ Ant International

 

ปัจจุบันกรุงไทยมีฐานลูกค้ารวมกว่า 73 ล้านคน แบ่งเป็นลูกค้ากลุ่มโมบายแบงกิ้ง (krungthai next) 21 ล้านคน แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง 40 ล้านคน สมาชิกในไลน์ 23 ล้านคน และร้านค้าใน แอปพลิเคชั่นถุงเงิน 2 ล้านคน โดยกรุงไทยมีสาขา 960 แห่ง ทั่วประเทศ

“เรามองว่าสาขาของธนาคารยังมีความจำเป็น เพื่อรองรับลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มฐานรากที่เข้ามาใช้บริการจากนโยบายของรัฐบาลอย่างโครงการคนละครึ่งพลัส”

พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่า จนถึงวันนี้กรุงไทยยังไม่หยุดเดินทาง ซึ่งการมาดูงานที่ Ant International ที่สามารถสร้าง Alipay+ จากแอปฯ ชำระเงินสู่การเป็นซูเปอร์แอปฯ ที่มีบริการมากมายเชื่อมโยงบัญชีลูกค้า 1,800 ล้านบัญชี และร้านค้า 150 ล้านแห่งทั่วโลก ขณะที่แอปฯ Antom Worldfirst และ Bettr ผู้ให้บริการชำระเงินสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาด ทั้งในประเทศ และข้ามประเทศ ที่ใช้ AI ช่วยในการขยายกิจการ ลดต้นทุน และ เพิ่มรายได้ รวมทั้งการเกาะติดเทคโนโลยีใหม่ ทั้งบริการทางการเงิน การพยากรณ์ลมฟ้าอากาศ การป้องกันภัยจากโลกไซเบอร์

รายงานพิเศษ

ศึกษาดูงาน Ant International

 

การเชื่อมโยงโดยตรง ระหว่าง Alipay+ ผ่านธนาคารกรุงไทย ด้วยบัตร Krungthai Travel Debit Card ซึ่งเป็นบัตรแลกเงินต่างประเทศที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางโดยเฉพาะ

ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับ นักท่องเที่ยวใช้จ่ายได้สะดวก ช่วยเสริมสร้างรายได้ในการค้าขาย

เรียกได้ว่า เที่ยวจีนบัตรเดียวจบ รูดจ่าย

ก่อนหน้านี้ ช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวบริการชำระเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Payment) ที่เชื่อมโยง พร้อมเพย์ (PromptPay) ของไทย เข้ากับ Alipay และ Alipay+ ของจีนและเครือข่ายทั่วโลก เปิดให้ร้านค้าหรือผู้ประกอบการในไทย สามารถรับชำระเงินผ่านโมบายวอลเล็ตได้ หลากหลายมากขึ้น

รายงานพิเศษ

สาธิตการสแกนใบหน้าเพื่อป้องกันสแกมเมอร์

 

ที่สำคัญคือ ร้านค้าของ KTC สามารถเชื่อมต่อระบบเพียงครั้งเดียว ก็สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียได้มากถึง 1 พันล้านคน สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ธนาคารกรุงไทย รับบทบาทแม่ทัพสำคัญในฐานะ Settlement Bank (ธนาคารผู้ดูแลการชำระดุล) เพียงรายเดียวในไทย สะท้อนให้เห็นทิศทางใหม่ของกรุงไทยในปี 2569 ที่ต้องการเป็นมากกว่าธนาคาร คือ Open Digital Platform ของประเทศ

สุนีย์ สอนศรี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน