YLG เผยทองคำปี 68 สร้างนิวไฮ เกิน 50 ครั้ง ราคาพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งปีปรับขึ้นกว่า 70% ขณะที่ปี 2569 ให้เป้าหมายใหม่ มีลุ้นแตะ 4,900 ดอลลาร์

วันที่ 26 ธ.ค. 2568 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าปี 2568 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดในการลงทุนทองคำ หากนักลงทุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของทองคำอย่างใกล้ชิดจะสามารถหาจังหวะทำกำไรได้อย่างมหาศาล แม้ว่าเทรนด์ทั้งปีที่ผ่านมาทองคำจะเป็นขาขึ้นแต่ก็มีจังหวะย่อต่อเพื่อให้ใช้เป็นจุดเข้าซื้ออยู่หลายครั้ง

ทั้งนี้หากพิจารณาจากข้อมูลพบว่าต้นปี 2568 ราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นราคาทองคำสร้างปรากฏการณ์ทำลายสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง จนสร้างความกังวลให้นักลงทุนว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นไปอยู่ระดับสูงเกินไปแล้ว แต่หลังจากนั้นราคาก็ยังเดินหน้าสร้างสถิติใหม่ต่อไปอีกหลายครั้ง

โดยมีการเปลี่ยนแปลงราคาที่สำคัญๆในช่วงปี 2568 ดังนี้

– ม.ค. 2568 ราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ

– เม.ย. 2568 ราคาทองคำพุ่งทะลุ 3,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำในประเทศทะลุ 50,000 บาททำ บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำทำ New High ไปแล้ว 19 ครั้งในช่วง 4 เดือนแรก

– ต.ค. 2568 ราคาทะลุ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือไปอยู่ประมาณ 61,000 บาทต่อบาททองคำ ทำ New High สะสมรวมกว่า 40 ครั้งใน 10 เดือน

– ธ.ค. 2568 (ณ วันที่ 26 ธ.ค.) ราคาทองคำยังพุ่งแรงส่งท้ายปีไปแตะที่ 4,531 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นประมาณ 66,200 บาทต่อบาททองคำ รวมทั้งปีทำ New High สะสมรวมกว่า 50 ครั้งในปีเดียว มากกว่าปี 2567 ที่ทั้งปีทำ New High เกือบ 40 ครั้ง

สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีแบบที่เรียกได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ มาจากปัจจัยหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
1.ประเด็นดอกเบี้ยขาลงที่มีความชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง

2.การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อลดความเสี่ยงหลายด้านทั้งด้านความมั่นคงและรองรับ “De-dollarization” (การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์)

3.การโยกเงินจากตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำมาสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง

4.การเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

จากปัจจัยทั้งหมดที่เป็นตัวผลักดันให้ทองคำทยานสู่เป้าหมายใหม่อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมานี้ จะยังขับเคลื่อนให้ทองคำในปี 2569 พุ่งสู่เป้าหมายใหม่ที่ต้องจับตามองอีกหนึ่งปี โดยในปี 2569 YLG ให้ราคาเป้าหมายทองคำไว้ที่ 4,721-4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 69,500-72,150 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากค่าเงินบาท 31.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

อย่างไรก็ดีแม้ราคาทองคำจะร้อนแรงมากอย่างต่อเนื่องแต่อย่างที่ได้กล่าวในข้างต้นคือ หากนักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะพบว่าทองคำมีจังหวะย่อตัวเพื่อให้นักลงทุนเข้าไปเก็บเสมอ ดังนั้นหากนักลงทุนที่ยังไม่เคยลงทุนทองคำสามารถติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และลองเริ่มต้นจากการลงทุนขั้นต่ำที่ YLG ผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท โดยได้การตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน