โอสถสภา เปิดแผนขับเคลื่อนปี 2569 ผ่าน 3 แกนหลัก ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตมากกว่าจีดีพี พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ ยกระดับสู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค ยันไม่ขึ้นราคาสินค้า แม้ต้นทุนพลังงานเพิ่ม
วันที่ 9 มีนาคม 2569 น.ส.มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมก้าวสู่บริบทใหม่ในปี 2569 ด้วยความเชื่อมั่นในรากฐานที่แข็งแกร่งและการปรับตัวที่ฉับไว ความแข็งแกร่งจากภายในด้วยการบริหารอย่างมีวิสัยทัศน์ผ่าน 3 พลังขับเคลื่อน
คือ กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ (Donnestic Beverage) กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคคล (Personal Care) และตลาดต่างประเทศ (International Business) ที่จะบุกอย่างจริงจัง
ด้านงบลงทุน 400-500 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และ AI รวมทั้งการลงทุนด้าน People & Culture เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร พร้อมสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคได้อย่างไร้รอยต่อ
น.ส.มุกดา กล่าวว่ามกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ เสริมความแข็งแกร่งแบรนด์หลัก เร่งนวัตกรรม และขยายฐานพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุม ทั้ง เครื่องดื่มชูกำลัง (Enerry Drink) และเครื่องดื่มสุขภาพ (Functional Drink) ในหลากหลายระดับราคา เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาตลาดผ่านการผลักดันการเติบโตของแบรนด์หลักอย่าง เอ็ม-150 ลิโพ เปปทีน และชีวิต
โดยให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ให้เชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมกาาตลาดในทุกจุดสัมผัส เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดไทยอย่างมั่นคงทั้งในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีส่วนแบ่งตลาด 44.2% ของตลาดมูลค่า 22,600 ล้านบาท ตลาดเครื่องดื่มสุขภาพมีส่วนแบ่ง 46.4% ของตลาดมูลค่า 7,300 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคคล ซึ่งสินค้าหลัก คือ แบรนด์เบบี้มายด์ ในปีนี้มีแผนขยายฐานจากกลุ่มแม่และเด็ก ไปยังกลุ่มผู้ใหญ่ อย่างเต็มตัว ผ่านแบรนด์ อัลตร้า มายด์ (Ultra Mild) ทั้งผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ และทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น รวมทั้งเตรียมออกสินค้าใหม่ คือ ดูแลเส้นผม อย่าง แชมพู ที่มีมูลค่าตลาดกว่า 8,000 ล้านบาท
ส่วนธุรกิจต่างประเทศ จะเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ โดยใช้โมเดลความสำเร็จจากเมียนมา และลาว ที่เป็นตลาดต่างประเทศหลักของบริษัทในช่วงปีที่ผ่านมา เป็นต้นแบบในการขยายฐานสู่ภูมิภาคที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ตะวันออกกลาง (UAE และโอมาน) ซึ่งขณะนี้ยังเป็นไปตามแผนเดิม แม้ว่าจะมีความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
พร้อมตั้งเป้าหมายเติบโตจากตลาดต่างประเทศในระดับตัวเลข 2 หลัก เพื่อผลักดันรายได้รวมเติบโตในระดับตัวเลข 1 หลักกลาง จากปีที่แล้วมีรายได้รวม 25,561 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัทได้เตรียมตั้งรับความเสี่ยงไว้แล้ว แม้ว่าจะกระทบกับต้นทุนด้านพลังงาน แต่ว่าไม่มาก ซึ่งหากราคาพลังงานขึ้นไปในระดับ 140-150 ดอลล่าร์ต่อบาเรล จะกระทบกับกำไรเพียง 1-2% โดยพลังงานเป็น 20% จากต้นทุนรวม และบริษัทไม่มีนโยบายจะปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างแน่นอน