ภาวะสงครามดีมานด์คอนโดไม่สะดุด “แสนสิริ” เดินหน้าเปิดคอนโดใหม่ปี 2569 รวม 16 โครงการ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ชี้ดีมานด์ซื้อที่อยู่อาศัยยังขึ้นกับกำลังซื้อจริง พร้อมเปิดตัว LOVE Charoen Nakhon (เลิฟ เจริญนคร) คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่า 6,500 ล้านบาท ราคาเริ่ม 2.39 ล้านบาท กระแสตอบรับแรง เริ่มมีลูกค้าเข้าคิวจองก่อนเปิดขาย 14-15 มี.ค.นี้

นายองอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น สงคราม หรือวิกฤตการณ์ระดับโลก ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับภาคธุรกิจ

เนื่องจากที่ผ่านมาโลกเคยเผชิญเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ทั้งการระบาดของโควิด-19 หรือภัยธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ภาคธุรกิจมีการวางแผนรับมือและจำลองสถานการณ์ความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า

พร้อมมองว่าผลกระทบจากสงคราม มีทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยด้านลบที่เห็นได้ชัดคือความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตในหลายอุตสาหกรรม ขณะที่บางสถานการณ์อาจสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในบางพื้นที่หรือบางอุตสาหกรรมได้เช่นกัน

ทั้งนี้ในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ มองว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานของผู้บริโภคเป็นหลัก ได้แก่ ความพร้อมทางการเงินและความต้องการที่อยู่อาศัยจริง แม้ต้นทุนบางส่วนจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าความต้องการซื้อจะลดลงทันที

พร้อมยืนยันว่า บริษัทไม่มีการปรับลดเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ แม้จะมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก โดยบริษัทได้เตรียมแผนรับมือกับความผันผวนไว้ล่วงหน้า และมีความยืดหยุ่นในการบริหารโครงการ

อย่างไรก็ดีในส่วนของธุรกิจคอนโดมิเนียม ซึ่งในปี 2569 มีแผนเปิดตัวใ 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท โดย 70% อยู่ในกรุงเทพฯ และอีก 30% อยู่ในต่างจังหวัด ทั้งนี้เมื่อแบ่งตามระดับราคาโดย 80% เป็นโครงการระดับพรีเมียม 5% เป็นโครงการระดับลักชัวรี และประมาณ 14% เป็นโครงการในกลุ่มราคาที่เข้าถึงได้

“เรายังไม่ได้ปรับเป้าหมายธุรกิจ เพราะการตั้งเป้าหมายของบริษัทจะพิจารณาจากความเป็นจริงของตลาดและศักยภาพของโครงการ ไม่ได้ตั้งเป้าเพื่อแข่งขันด้านตัวเลขยอดขายเพียงอย่างเดียว”

นายองอาจ กล่าวและว่าในส่วนของยอดขายคอนโดมิเนียมในปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 23,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนที่ 17,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดโอน 14,500 ล้านบาท โดยที่ปัจจุบันมียอดขายคอนโดมิเนียมรอโอน (Backlog) รวมมูลค่า 23,000-24,000 ล้านบาท ซึ่งกว่า 10,000 ล้านบาท จะเริ่มทยอยโอนและรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้

ทั้งนี้ยังไม่นับรวมคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอน (Inventory) อีกราว 8,500 ล้านบาท รวมถึงใน 5 โครงการที่เปิดใหม่ในปีนี้ยังเป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จก่อนขายมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรองรับยอดโอนดังกล่าวให้เป็นไปตามเป้าหมายได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดีล่าสุดบริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการ LOVE Charoen Nakhon (เลิฟ เจริญนคร) คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ มูลค่าโครงการ 6,500 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมวิวแม่น้ำ ซึ่งร่วมทุนกับ มิตซุย ฟุโดซัง พันธมิตรญี่ปุ่น โดยห้องวิวแม่น้ำเริ่มต้นที่ 3.39 ล้านบาท* และแบบ 1 ห้องนอน วิวเมือง ขนาด 26 ตร.ม. เริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาท โดยกำหนดเปิดขายในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 14-15 มี.ค.นี้ และถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมไฮไลท์แห่งปีของแสนสิริ

“โครงการเลิฟเจริญนครได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดีจากลูกค้าที่เข้ามาสอบถามและสนใจจองซื้อ เนื่องจากโครงการมีจุดเด่นสำคัญคือทำเลที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีบริการรถรับส่งระหว่างโครงการกับสถานีรถไฟฟ้า BTS และศูนย์การค้าไอคอนสยาม”

นายองอาจ กล่าวและว่านอกจากนี้ยังเป็นโครงการที่รองรับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง และมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่รวมประมาณ 3,700 ตร.ม. โดยแบ่งเป็นพื้นที่สีเขียวประมาณ 2,000 ตร.ม. และพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารประมาณ 1,000 ตร.ม. ที่ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นล่างไปจนถึงชั้นดาดฟ้า ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงใช้ชมเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ที่จัดขึ้นบริเวณแม่น้ำได้ด้วย

นายองอาจ ยังกล่าวถึงภาพรวมการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านเจริญนคร-คลองสาน ในขณะนี้ว่าโดยส่วนใหญ่ราคาขยับขึ้นไป 180,000 บาท/ตร.ม. ในขณะที่ราคาที่ดินในย่านเจริญนครสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะราคาที่ดินติดริมถนนเจริญนครในปัจจุบัน มีการเสนอขายอยู่ที่ประมาณ 400,000 – 800,000 บาท/ตร.ว.

ส่วนแปลงที่ดินติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ใกล้ไอคอนสยาม) ราคาขึ้นไปสูงถึง 1 ล้านบาท/ตร.ว. เนื่องจากที่ดินริมแม่น้ำเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการเปิดตัวโครงการเลิฟ เจริญนคร ในครั้งนี้ถือเป็นการวางกลยุทธ์ราคาที่ดีที่สุด ของแสนสิริในปีนี้

“จะเห็นว่าล่าสุดมีคนมาเข้าคิวรอจองตั้งแต่ก่อนเปิดขายในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นคนที่ซื้อเพื่อลงทุน โดยเฉพาะห้องราคาเริ่มต้นซึ่งมีจำนวนจำกัดประมาณ 1% จากจำนวนห้องทั้งหมดกว่า 1,000 ห้อง” นายองอาจ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ยอดขายในกลุ่มคอนโดมิเนียม ในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ปีนี้ พบว่าอัตราการขายยังเฉลี่ยที่ 200-250 ล้านบาท/สัปดาห์ หรือมียอดขายช่วง 2 เดือนแรกราว 1,600-1,800ล้านบาท

ขณะเดียวกันแสนสิริ ยังเตรียมนำบ้านและคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ รวมถึงโครงการเปิดตัวใหม่ในปีนี้เข้าร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 49 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในช่วงวันที่ 19–22 มี.ค.นี้ โดยตั้งเป้ายอดขายรวม 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นยอดขายของกลุ่มคอนโดมิเนียมประมาณ 500-600 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน