แสนสิริประกาศเดินหน้าเชิงรุก ทุ่มวงเงินสำรอง 1,000–2,000 ล้านบาท อัดฉีดสภาพคล่องให้ผู้รับเหมาหลัก 10–12 ราย เพื่อล็อกต้นทุนและรักษาการส่งมอบโครงการตามกำหนด ขณะที่แผนเปิด 16 โครงการ ตลอดปี 2569 ยังคงดำเนินตามเป้า โดยมีไฮไลท์ปีนี้ “XT 10 เอกมัย” มูลค่า 7,000 ล้านบาท พร้อมพรีเซล 16–17 พ.ค.นี้

ตลาดก่อสร้างตึงตัว แสนสิริเลือกหนุนพาร์ทเนอร์แทนการรอดู
นายวิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในภาวะที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและราคาพลังงานยังคงผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ส่งผลให้ผู้รับเหมาก่อสร้างหลายรายเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องที่บีบรัดมากขึ้น แสนสิริเลือกรับมือด้วยการมองผู้รับเหมาในฐานะพันธมิตร หรือพาร์ทเนอร์ระยะยาว พร้อมจ่ายเงินล่วงหน้าให้กับผู้รับเหมาหลักราว 10–12 ราย แทนที่จะรอดูสถานการณ์
โดยบริษัทได้กันวงเงินสำรองไว้สำหรับมาตรการนี้ประมาณ 1,000–2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนการจ่ายล่วงหน้าอยู่ที่ราว 1–2% ของมูลค่างาน ทั้งนี้ไม่ได้เป็นการให้เปล่าแต่มีเงื่อนไขรัดกุม ได้แก่ ต้องเห็นความคืบหน้าและวัสดุในไซต์งานจริงก่อนการจ่ายเงินก้อนใหญ่ระดับ 10–20 ล้านบาท พร้อมมีเอกสารค้ำประกัน เช่น แบงก์การันตี (หนังสือค้ำประกันของธนาคาร) หรือเครื่องมือทางการเงินอื่น เพื่อป้องกันความเสี่ยง
“บริษัทไม่ได้เข้าไปจัดซื้อวัสดุแทนผู้รับเหมา แต่เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาซึ่งมีความเชี่ยวชาญในตลาดเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยมีเงินทุนสนับสนุนเพื่อล็อกราคาวัสดุในช่วงที่ต้นทุนมีแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งผู้รับเหมาที่ได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมเฉพาะรายหลักที่ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องและมีประวัติการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ ไม่รวมผู้รับเหมารายย่อย”
นายวิสุทธิ์ กล่าวและว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายหลัก 2 ด้านควบคู่กัน คือ รักษาการส่งมอบโครงการที่กำหนดแล้วเสร็จในปีนี้ให้ได้ตามกำหนด และควบคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้างของโครงการในระยะถัดไปให้มีเสถียรภาพ เพื่อให้บริษัทยังสามารถรักษาระดับราคาขายที่แข่งขันได้ในตลาด แม้เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังไม่คลี่คลาย
เดินตามแผนปีนี้เปิดคอนโด 16 โครงการ พร้อมเป้ารับรู้รายได้ 17,500 ล้าน
นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่าแม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในขณะนี้จะมีความท้าทาย แต่แสนสิริยืนยันว่าแผนการเปิดตัวคอนโดมิเนียม 16 โครงการตลอดปี 2569 ยังคงเดินหน้าตามกรอบเดิม โดยปัจจุบันเปิดไปแล้ว 3 โครงการ เหลืออีก 13 โครงการที่จะทยอยเปิดตัวตลอดช่วงที่เหลือของปี
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปีนี้ บริษัทรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมไปแล้วประมาณ 3,800 ล้านบาท คิดเป็นราว 20% ของเป้าหมายรายได้คอนโดทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 17,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้
“โครงการที่อยู่ในแผนเปิดตัวช่วงถัดไป ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Affordable ไปจนถึง Ultra Luxury โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ (RTM) อาทิ คอนโดเวย์ ชินเขต ใกล้มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท,เวย์ พระราม 9 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท คาดเปิดขายมิ.ย.ปีนี้,โครงการเวียร์ (Via) 34 สุขุมวิท 34 จำนวน 45 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 240,000–250,000 บาท/ตร.ม. หรือราคาเริ่มต้นกว่า 22 ล้านบาท เป็นต้น”
นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่าสำหรับโครงการบริเวณถนนสารสิน ซึ่งจะนวนห้องน้อยกว่า 20 ยูนิต ราคาประมาณ 500,000 บาทต่อตร.ม. ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรื้อถอนและเตรียมเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 2–3 ปีนี้ นอกจากนี้ยังมีโครงการในต่างจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น หัวหิน ชลบุรี และหาดใหญ่
“ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในปีนี้ยังคงเติบโต โดยเฉพาะทำเลใจกลางกรุงเทพฯ และทำเลรอบมหาวิทยาลัย ซึ่งบริษัทมีสินค้าครอบคลุมในทุกระดับราคา”
“XT 10 เอกมัย” ไฮไลต์แห่งปี โปรเจคร่วมทุน 7,000 ล้าน
นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่าหนึ่งในโครงการที่โดดเด่นที่สุดในแผนปีนี้ คือ “XT 10 เอกมัย” (เอ็กซ์ที เทน เอกมัย) มูลค่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างแสนสิริและบริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่ระหว่างซอยเอกมัย 10 และ 12 ห่างจาก ดองกิมอลล์ 150 เมตร และเชื่อมต่อสะดวกสู่ BTS เอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิท
โดยโครงการนี้ต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ XT ที่ผ่านมา 3 โครงการก่อนหน้า ได้แก่ XT เอกมัย, XT ห้วยขวาง และ XT พญาไท มูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท โดยแบรนด์ XT มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติเฉลี่ยสูงถึง 47% และมีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าสูงสุดถึง 8% ต่อปี
“ราคาที่ดินปรับตัวสูงต่อเนื่อง โดยราคาซื้อขายจริงในตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 950,000 บาท/ตร.ว. สูงกว่าราคาประเมินปี 2566–2569 ถึง 171% สะท้อนให้เห็นว่าที่ดินในย่านนี้เหลือให้พัฒนาน้อยลง ขณะที่ราคาประเมินมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 34% ต่อรอบ”นายวิสุทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ดีโครงการ XT 10 เอกมัย ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ประกอบด้วยอาคาร A สูง 28 ชั้น และอาคาร B สูง 29 ชั้น รองรับสำหรับเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ รวมจำนวนห้องชุดพักอาศัยทั้งสิ้น 933 ยูนิต ขนาดห้องเริ่มตั้งแต่ 1 ห้องนอน 25 ตร.ม. ถึง 3 ห้องนอน ขนาด 107 ตร.ม. รวมถึงรูปแบบลอฟต์ เพดานสูง พร้อมอาคารจอดรถ 8 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน สำหรรับรถยนต์ได้ 466 คัน (50% ของจำนวนยูนิต)
ราคาเริ่ม 3.89 ล้าน โอกาสก่อนต้นทุนใหม่ดันราคาขึ้น
นายวิสุทธิ์ กล่าว่าในส่วนของราคาขายโครงการ XT 10 เอกมัย ซึ่งบริษัทตั้งราคาขายบนพื้นฐานต้นทุนที่ได้ล็อกไว้ก่อนสถานการณ์ต้นทุนวัสดุจะปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.89 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 30 ตร.ม. ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดเฉลี่ยในย่านเอกมัยที่อยู่ที่ประมาณ 160,000 บาทต่อตารางเมตรอย่างมีนัยสำคัญ
พร้อมคาดว่าโครงการจะได้รับผลตอบรับดีในรอบพรีเซลที่จะมีขึ้นในวันที่ 16-17 พ.ค.นี้ เช่นเดียวกับความสำเร็จของโครงการเลิฟ เจริญนคร ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยตั้งเป้ายอดขายสิ้นปีนี้ที่ประมาณ 25–30% หรือราว 250–280 ยูนิต