การบินไทย ยอมรับปรับลดเที่ยวบิน 5% สั่งตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง
สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้โดยสารที่ชะลอการตัดสินใจเดินทาง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภาระค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้การจองตั๋วโดยสารในบางเที่ยวบินอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะช่วงใกล้วันเดินทาง ทำให้บริษัทจำเป็นต้องปรับแผนการบินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ลดเที่ยวบินที่มีที่นั่งว่างจำนวนมาก และควบรวมบางเที่ยวบินเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารยังคงมีทางเลือกในการเดินทาง เนื่องจากบริษัทยังคงรักษาความถี่เที่ยวบินในภาพรวมไว้ เพียงแต่ปรับลดบางช่วงเวลาเท่านั้น
ปรับใช้ขนาดเครื่อง-ความถี่เที่ยวบิน
นายชาย กล่าวว่า หลักการบริหารจัดการของบริษัทจะพิจารณาทั้งมิติทางธุรกิจควบคู่กับความสะดวกสบายของผู้โดยสาร โดยขั้นตอนแรกจะเป็นการปรับเปลี่ยนประเภทเครื่องบินให้เหมาะสมกับปริมาณผู้โดยสาร เช่น การใช้เครื่องบินขนาดเล็กลง หากยังไม่เพียงพอจึงจะพิจารณาปรับลดความถี่เที่ยวบิน เช่น จากให้บริการทุกวันเหลือสัปดาห์ละ 5 วัน ขณะที่การยกเลิกเที่ยวบินหรือหยุดบินในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งจะเป็นทางเลือกสุดท้าย และหากมีการหยุดบินจะเป็นเพียงชั่วคราว ไม่ใช่การยกเลิกถาวร
“หลักการของเราคือดูความคุ้มค่าทางธุรกิจควบคู่กับความสะดวกของผู้โดยสาร ขั้นแรกเราจะปรับเปลี่ยนขนาดเครื่องบินจากใหญ่ลงมาเล็ก หากจำเป็นจึงจะปรับลดความถี่ เช่น จากบินทุกวันเหลือ 5 วันต่อสัปดาห์ หรือควบรวมเที่ยวบินที่มีการจองน้อยเข้าด้วยกัน เพื่อไม่ให้เป็นการบินทิ้งน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ โดยการยกเลิกเที่ยวบินจะเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ” นายชาย กล่าว
จัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์
นายชาย กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการปรับลดเที่ยวบินในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ในสัดส่วนประมาณ 4–5% ของตารางบินทั้งหมด และเป็นการปรับในระยะสั้นเท่านั้น โดยบริษัทได้จัดตั้ง “วอร์รูม” เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน พร้อมบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถปรับแผนได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ หากสถานการณ์ความต้องการเดินทางกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น ก็พร้อมกลับมาเพิ่มเที่ยวบินตามปกติ
นายชาย กล่าวว่า ในด้านต้นทุน ราคาน้ำมันอากาศยานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ โดยก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับตัวขึ้นสูงสุดแตะระดับราว 240 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า แม้ปัจจุบันราคาจะเริ่มอ่อนตัวลงบ้าง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้สายการบินจำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด และปรับราคาบัตรโดยสารให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม การปรับราคายังต้องคำนึงถึงความสามารถในการรับของตลาดควบคู่กันไป
เปิดแผนคาร์โก้พยุงรายได้
นายชาย กล่าวว่า ในส่วนของรายได้ทดแทนนั้น เมื่อสัดส่วนผู้โดยสารลดลง จะทำให้มีพื้นที่ระวางขนส่งสินค้า (Cargo) ใต้ท้องเครื่องมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูง และเวชภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งตลาดยังมีความต้องการต่อเนื่อง และคาดว่าจะช่วยบาลานซ์รายได้ภาพรวมของบริษัท สำหรับแผนการจัดหาเครื่องบินใหม่ ยืนยันว่ายังคงเดินหน้าตามแผนเดิม ไม่มีการตัดงบการลงทุน เนื่องจากต้องคำนึงถึงความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว จะมองแค่การแก้ปัญหาระยะสั้นอย่างเดียวไม่ได้
นายชาย กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มผลประกอบการ ผลงานไตรมาสที่ 1/2569 เป็นที่น่าพอใจและไม่มีอะไรน่าเซอร์ไพรส์ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อไปตลอดทั้งปี ยอมรับว่าจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ซึ่งทางการบินไทย จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมและรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว