J&T Express ยอดส่งพุ่ง 60% วางแผน 15 เส้นทางรับพัสดุทุเรียนเฉพาะกิจ จัดรถบรรทุกสำรองมากกว่า 100 คัน ขยายเวลาปิดรับพัสดุของศูนย์กระจายสินค้าถึงเวลา 24.00 น.

บริษัท โกลบอล เจท เอ็กซ์เพรส (ไทยแลนด์) จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภายใต้ “J&T Express” ระบุว่า ปี 2569 นับเป็นปีทองของทุเรียนไทย โดยคาดว่าผลผลิตรวมตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ราว 1.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 21.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ขณะที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลัก มีสัดส่วนผลผลิตมากกว่า 60% ของทั้งประเทศ ส่งผลให้บรรยากาศการเก็บเกี่ยวเป็นไปอย่างคึกคักในทุกพื้นที่ จากเดิมที่ทุเรียนไทยพึ่งพาตลาดส่งออกเป็นหลัก

“ปัจจุบันภาครัฐได้เดินหน้าผลักดันนโยบายส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศอย่างจริงจัง จนเกิดเป็นโครงสร้างตลาดในรูปแบบส่งออก 70% จำหน่ายภายในประเทศ 30% เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุนต่อเนื่อง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมทุเรียนไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง”

 

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 ผ่าน 8 มาตรการเชิงรุก เพื่อผลักดันการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 550,000 ตัน

อย่าง กระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม TikTok พร้อมอัดฉีดงบประมาณสนับสนุนกว่า 6.5 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการออนไลน์รายเล็กและรายกลางในท้องถิ่นกว่า 20,000 รายเข้าสู่ตลาดดิจิทัล

ทั้งนี้ ส่งผลให้นับตั้งแต่กลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ปริมาณการรับพัสดุทุเรียนของบริษัท ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีและระยองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงวันที่ 15-30 เม.ย.ปริมาณการรับพัสดุทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีเพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

“เพื่อรองรับช่วงพีคของการจำหน่ายทุเรียนพันธุ์หมอนทองระหว่างปลายเดือนพ.ค.-มิ.ย. บริษัทได้วางแผนเส้นทางรับพัสดุทุเรียนเฉพาะกิจจำนวน 15 เส้นทางในเขตภาคตะวันออก พร้อมเตรียมรถบรรทุกสำรองมากกว่า 100 คัน และขยายเวลาปิดรับพัสดุของศูนย์กระจายสินค้าออกไปจนถึงเวลา 24.00 น. เพื่อรองรับความต้องการด้านการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเต็มประสิทธิภาพ”

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเร่งเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมทุเรียนอย่างครบวงจร ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยในภาคการผลิต มีการส่งเสริมมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ควบคู่กับการจัดตั้งศูนย์ควบคุมคุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานและกำกับดูแลคุณภาพตั้งแต่ต้นทางการเพาะปลูก

ด้านการแปรรูป ภาครัฐยังเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเชิงลึก ผ่านการต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ ทุเรียนแช่แข็งและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต ขยายช่องทางการจำหน่าย และช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด

ด้านการตลาด ไทยยังคงเดินหน้ารักษาความแข็งแกร่งของตลาดส่งออกหลัก อาทิ ประเทศจีน ควบคู่กับการผลักดันตลาดภายใน ประเทศอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

สิ่งสำคัญอีกด้าน คือ ระบบโลจิสติกส์ปัจจุบันที่ได้เปลี่ยนบทบาทจากผู้สนับสนุนด้านการขนส่งแบบดั้งเดิม สู่การเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการยกระดับศักยภาพของทั้งอุตสาหกรรม

ระบบโลจิสติกส์ไม่เพียงช่วยลดข้อจำกัดด้านการส่งออกข้ามพรมแดน ทำให้ทุเรียนไทยสามารถก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างราบรื่น หากยังช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการกระจายสินค้าในประเทศให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น รองรับกระแสการบริโภคที่ขยายตัวต่อเนื่อง ช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาในช่วงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาด และลดความเสี่ยงจากปัญหาผลไม้สดตกค้างหรือราคาปรับลดลง

ดังนั้น ความสามารถในการรองรับปริมาณการขนส่ง รวมถึงประสิทธิภาพในการควบคุมระยะเวลาการจัดส่ง ได้กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการสะท้อนขีดความสามารถในการแข่งขันของแหล่งผลิต และเป็นดัชนีหลักที่กำหนดศักยภาพสูงสุดในการรองรับคำสั่งซื้อของผู้ประกอบการแต่ละราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน