ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระดับลักชัวรี่ของไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อแนวคิดเรื่อง “Wellness Living” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในตลาดบ้านเดี่ยวระดับ 100 ล้านบาท

ล่าสุด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้เดินหน้ายกระดับแบรนด์ “นาราสิริ” ภายใต้ Sansiri Luxury Collection (SLC) พอร์ตโครงการที่อยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่และลักชัวรี่ ระดับเวิลด์คลาส เพื่อรองรับการขยายตัวของกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง (Wealth) ทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งตั้งอยู่บน 3 แกนหลัก ทั้งดีไซน์และการออกแบบระดับโลก วัสดุงานคราฟต์ประณีตชั้นสูง และที่สุดของบริการไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่ สู่แนวคิด “Luxury Wellness Ecosystem” ผ่านการผสานองค์ประกอบด้านสุขภาพ การออกแบบพื้นที่สีเขียวสำหรับการใช้ชีวิตเชิงป้องกันโรค (Preventive Health) รวมถึงการสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ เพื่อวางตำแหน่งบ้านหรูให้เป็นมากกว่าสินทรัพย์ แต่เป็น “Health Asset” หรือสินทรัพย์ด้านสุขภาพในระยะยาว

รายงานพิเศษ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในวาระครบรอบ 10 ปี ของการกลับมาของแบรนด์ “นาราสิริ” พร้อมการเปิดตัวแนวคิดใหม่ที่สะท้อนทิศทางตลาดบ้านลักชัวรี่ในอนาคต ซึ่งผู้บริโภคไม่ได้มองเพียงเรื่องทำเล ขนาดพื้นที่ หรือดีไซน์อีกต่อไป แต่กำลังมองหา “คุณภาพชีวิต” ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการใช้ชีวิตระยะยาว

ณภัทร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน Wellness Economy กำลังกลายเป็น New S-Curve สำคัญของโลก โดยประเทศไทยถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง ด้านเวลเนสของเอเชีย จากจุดแข็งเรื่อง Service Mind ระบบสาธารณสุข ธรรมชาติ และคุณภาพชีวิต ตลอดจนตลาดอสังหาฯ อัลตร้าลักชัวรี่ที่โตสวนกระแสโลก

ทั้งนี้แนวคิดด้าน Wellness ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการออกกำลังกายหรือการดูแลสุขภาพ แต่ครอบคลุมถึงสุขภาพจิต การพักผ่อน การนอน และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต ซึ่ง “บ้าน” ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของสุขภาพที่ดี เพราะผู้คนใช้เวลาอยู่ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ในแต่ละวัน

รายงานพิเศษ

“บ้านที่ดีต้องสร้าง Health Asset ให้ผู้อยู่อาศัยได้จริง ไม่ใช่เพียงตอบโจทย์เรื่องดีไซน์หรือความสวยงาม แต่ต้องช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว แสนสิริจึงพยายามสร้าง Wellness Ecosystem ให้ครบวงจร ด้วยการจับมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลก เพื่อให้ลูกบ้านได้สัมผัสประสบการณ์ Wellness จริงในทุกวัน” ณภัทรกล่าว

ภายใต้แนวคิดดังกล่าว แสนสิรินำร่องผ่าน 4 โครงการหลัก ได้แก่ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา, นาราสิริ บรมราชชนนี, นาราสิริ บางนา ก.ม.10 และ นาราสิริ พหลฯ-วัชรพล ซึ่งทุกโครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Luxury Wellness Ecosystem โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พื้นที่ออกกำลังกาย รวมถึง Community Space ที่ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้อยู่อาศัย

รายงานพิเศษ

ณภัทรระบุว่าลูกค้าระดับลักชัวรี่ในปัจจุบันเริ่มให้น้ำหนักกับ “Facility” และ “Lifestyle Ecosystem” มากขึ้นอย่างชัดเจน หลายรายตัดสินใจซื้อบ้านจากประสบการณ์ใช้งานจริง ทั้งพื้นที่สีเขียว ฟิตเนส และคุณภาพของคอมมูนิตี้ภายในโครงการ

ทำให้ล่าสุดโครงการนาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา และนาราสิริ บรมราชชนนี สามารถปิดการขายเฟสแรก รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท สะท้อนว่าตลาดบ้านลักชัวรี่ยังมีกำลังซื้อ แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญความผันผวน

ขณะเดียวกัน แสนสิริ โดยนาราสิริ ยังได้เซ็ตมาตรฐานใหม่วงการอสังหาริมทรัพย์ และ Wellness Living ด้วยการผนึก 2 พันธมิตรระดับโลก คือ Technogym (เทคโนยิม) แบรนด์อุปกรณ์ออกกำลังกายชั้นนำจากอิตาลี และ Helena Rubinstein (เฮเลนา รูบินสไตน์) แบรนด์ความงามระดับโลก พรัอมด้วยคุณหมอ ปิแอร์-ผศ.นพ. สิระ กอไพศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม จัดกิจกรรมภายใต้ ‘The Art of Refined Living ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ออกแบบได้ มาร่วมสร้าง “Luxury Wellness Ecosystem” ผ่านประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ลักชัวรี่คุณภาพระดับเวิลด์คลาส ที่นาราสิริทั้ง 4 ทำเล

รายงานพิเศษ

สุรเชษฐ์ อมรรัตนเวช กรรมการผู้จัดการ Technogym ประเทศไทย กล่าวว่า แนวคิด Wellness ในปัจจุบันได้ขยายจากเรื่อง Fitness ไปสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการฟื้นฟูร่างกาย การนอน การจัดการความเครียด และ Mental Wellness (สุขภาพจิตเชิงบวก)

“วันนี้ผู้บริโภคเริ่มมองเรื่อง Return on Health (ROH-ผลตอบแทนด้านสุขภาพ) ควบคู่กับ Return on Investment (ROI – ผลตอบแทนจากการลงทุน) การมีบ้านที่ช่วยสร้างสุขภาพที่ดีจึงกลายเป็นมูลค่าใหม่ของอสังหาริมทรัพย์” สุรเชษฐ์กล่าว

โดยการร่วมมือในครั้งนี้ Technogym ได้เตรียมร่วมออกแบบกิจกรรมและคลาสออกกำลังกายเฉพาะสำหรับลูกบ้านในแต่ละโครงการ ทั้ง Outdoor Bench Training, Reform & Barre Class, Skillrow Experience และ Hybrid Challenge Training โดยทุกคลาสออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้ง Fitness, Sports Performance, Recovery,Mental Wellness และ Healthness ซึ่งเป็นเทรนด์การออกกำลังกายของโลกยุคใหม่

ขณะที่ ศศิธร บวรรัตนประทีป Head of Marketing and Retail Helena Rubinstein Thailand กล่าวว่า ตลาด บิวตี้ หรือความงาม และ Wellness ในประเทศ ไทยยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม สกินแคร์ระดับพรีเมียมที่ขยายตัวสูงกว่า ค่าเฉลี่ยตลาดโลก แต่ทั้งนี้ มองว่านิยามของ “ความงาม” ในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีต ที่เดิมเน้นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก สู่การสะท้อนคุณภาพชีวิต สุขภาพผิว และการใช้ชีวิตที่สมดุล

รายงานพิเศษ

ศศิธรกล่าวด้วยว่า ผิวที่ดีไม่ได้เกิดจากสกินแคร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดี มีการพักผ่อน ออกกำลังกาย และดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเฮเลนา รูบิน สไตน์ จึงได้นำแนวคิด “Clinic at Home” ให้ลูกค้าสามารถดูแลผิวระดับลักชัวรี่ได้ที่บ้าน ผ่านผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกับสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเวิร์กช็อปดูแลผิวสำหรับลูกบ้าน เพื่อให้การดูแลผิวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ทางด้าน ผศ.นพ.สิระ กอไพศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาวิชาโรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม กล่าวว่า เทรนด์การแพทย์ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจากการ “รักษาโรค” ไปสู่ “การป้องกันโรค” และ Lifestyle Medicine มากขึ้น

อย่างไรก็ดี “บ้าน” มีผลต่อสุขภาพมากกว่าที่หลายคนคิดบ้านที่ออกแบบดี มีแสงธรรมชาติ อากาศถ่ายเท พื้นที่สีเขียว และ Community สังคมการอยู่อาศัยที่ดี ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อระบบฮอร์โมน คุณภาพการนอน สุขภาพจิต และระดับความเครียด ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงไปสู่คุณภาพชีวิตในระยะยาว

“คนไข้เจอหมอเพียงไม่กี่นาที แต่ใช้ชีวิตอยู่บ้านเกือบทั้งวัน ดังนั้นภาพของบ้านลักชัวรี่ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงบ้านที่มีดีไซน์สวยงาม หรืออยู่บนทำเลศักยภาพ แต่คือคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว บ้านจึงเป็นพื้นฐานของสุขภาพทั้งหมด ทั้งสุขภาพกาย (Physical Health) และ สุขภาพใจ (Mental Health)” ผศ.นพ.สิระกล่าว

รายงานพิเศษ

สำหรับกิจกรรมหลักๆ ที่นำมาร่วมในครั้งนี้ จะเน้นเรื่องอาหารและโภชนาการ เพราะอาหารคือพื้นฐานสำคัญที่สุดของสุขภาพ ซึ่งจะมีการแชร์ข้อมูลว่าอาหารประเภทใดช่วยลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และส่งเสริมสุขภาพระยะยาว เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันได้

โดยงาน The Art of Refined Living ศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ออกแบบได้ จะจัดขึ้นตลอดระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ 24 พ.ค.-9 ส.ค. 2569 เริ่มจากวันที่ 24 พ.ค. Narasiri Phahol-Watcharapol x Technogym Bench class hosted by Wolf BKK ที่โครงการนาราสิริ พหลฯ-วัชรพล, 21 มิ.ย. Narasiri Victoire Krungthep Kreetha x Technogym Reform & Barre class hosted by Curve BKK ที่โครงการนาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา, 12 ก.ค. Narasiri Borommaratchachonnani x Technogym Skillrow class hosted by 139 ARENA ที่โครงการนาราสิริ บรมราชชนนี และ 9 ส.ค. Narasiri Bangna KM.10 x Technogym Hybrid Challenge class hosted by Puma Nitro Run Club Thailand ที่โครงการนาราสิริ บางนา ก.ม.10 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม https://siri.ly/WXptfM5 หรือ Line OA : @SansiriSLC

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน