“เศรษฐวัชร์ พุทธทิพย์” นักวิเคราะห์ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด ประเมินแนวโน้มราคาทองคำยังอยู่ในช่วงขาลงและเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน ชี้ตลาดยังขาดปัจจัยบวกหนุนราคาในระยะสั้น พร้อมเตือนนักลงทุนที่เข้าซื้อเก็งกำไรให้บริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เนื่องจากความผันผวนเพิ่มขึ้น และอาจเห็นราคาทองคำในประเทศแถวๆ 60,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวลา 07.45 น. วันที่ 11 มิ.ย. 2569 ราคาทองคำ Spot ดอลลาร์สหรัฐ ในตลาดซื้อขาย XAU/USD ยังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมาอยู่ที่ระดับ 4,065.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 196.84 เหรียญ หรือลบ -4.62%

ด้านนายเศรษฐวัชร์ พุทธทิพย์ นักวิเคราะห์ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด เปิดเผยถึงภาวะตลาดทองคำว่าในมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อ โดยประเมินเป้าหมายการ อ่อนตัวไว้ที่บริเวณ 4,100-4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นโซนแนวรับสำคัญที่ตลาดกำลังจับตา

สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเข้าซื้อระหว่างการปรับฐาน มองว่าระดับราคาทองคำในประเทศบริเวณ 64,000 บาท เป็นจุดที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยตนเอง เนื่องจากหากราคาทองคำหลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดล่าสุดและเป็นแนวรับสำคัญ ตลาดอาจเผชิญแรงเหวี่ยงและความผันผวนรุนแรง ส่งผลให้คำสั่งตัดขาดทุน (Stop Loss) ถูกกระทบได้ง่าย

ทั้งนี้ ไม่ได้แนะนำให้เร่งเข้าซื้อในช่วงที่ราคากำลังปรับตัวลง เนื่องจากโมเมนตัมของตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูง และยังยากที่จะยืนยันได้ว่าราคาจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงหรือไม่ โดยแนะนำให้รอราคาทองคำดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างน้อยประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อยืนยันแรงซื้อและทิศทางการฟื้นตัวก่อนเข้าลงทุนตามแนวโน้ม

ในเชิงเทคนิคยังประเมินเป้าหมายของคลื่นการปรับฐาน หรือ Wave 5 ที่น่าจับตาไว้ในบริเวณ 4,080-4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสอดคล้องกับระดับราคาทองคำในประเทศราว 64,000 บาท และถือเป็นแนวรับสำคัญของรอบการพักฐานครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำปรับตัวหลุดระดับ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงไป จะเป็นสัญญาณเชิงลบเพิ่มเติม และอาจเปิดทางให้ราคาปรับฐานลงลึกสู่บริเวณ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำในประเทศประมาณ 60,000 บาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่ประเมินไว้สำหรับรอบการพักฐานของตลาดทองคำในครั้งนี้

ด้านปัจจัยพื้นฐาน นายเศรษฐวัชร์มองว่า ปัจจุบันยังไม่ปรากฏข่าวบวกที่มีนัยสำคัญต่อราคาทองคำ โดยหนึ่งในปัจจัยที่ตลาดติดตามคือกระแสการลงทุนในหุ้นและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งยังไม่ส่งสัญญาณฟองสบู่แตก ขณะที่นักลงทุนกำลังรอติดตามพัฒนาการสำคัญจากภาคเทคโนโลยี รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมองว่าสถานการณ์เงินเฟ้อยังไม่ได้ชะลอตัวลงมากพอที่จะเอื้อให้เฟดดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลาย ส่งผลให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังไม่เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในระยะสั้น

“ภาพรวมในช่วงนี้ยังไม่เห็นปัจจัยพื้นฐานที่เป็นบวกต่อทองคำอย่างชัดเจน และคาดว่าปัจจัยสนับสนุนที่มีน้ำหนักอาจต้องรอไปจนถึงช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ดังนั้น นักลงทุนที่คาดหวังการเข้าซื้อแล้วราคาปรับตัวขึ้นทันทีอาจยังต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดการรีบาวด์ระยะสั้นได้บ้าง แต่การกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนยังต้องอาศัยการยืนยันจากหลายปัจจัยทั้งด้านเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานในระยะต่อไป”

นายเศรษฐวัชร์กล่าวและว่าท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังขาดแรงหนุนใหม่ ดังนั้นแนะนำให้นักลงทุนติดตามสัญญาณการฟื้นตัวของแรงซื้ออย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและการจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เนื่องจากตลาดทองคำยังอยู่ในช่วงเปราะบางและมีโอกาสเผชิญความผันผวนสูงในระยะสั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน