หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

ตรวจเข้มระบบไฟฟ้าภายในรถบัส-บรรทุก ป้องกันลัดวงจรสาเหตุรถไฟไหม้

13 มิ.ย. 2569 - 14:16 น.

กรมการขนส่งทางบก ยกระดับการตรวจสภาพรถโดยสาร-บรรทุก เข้มระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่-สายไฟ-จุดเชื่อมต่อสายไฟ ต้องได้มาตรฐาน ป้องกันการลัดวงจร สาเหตุการเกิดไฟไหม้ตัวรถ

นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากกรณีรถโดยสาร และรถบรรทุกขนส่งสินค้าเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียในชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยการเกิดอุบัติเหตุในลักษณะดังกล่าว สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากระบบไฟฟ้าลัดวงจรที่มีต้นเหตุจาก แบตเตอรี่ สายไฟ และจุดเชื่อมต่อสายไฟเสื่อมสภาพ หรือมีการติดตั้งที่ไม่ปลอดภัย

กระทรวงคมนาคม โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของตัวรถโดยสาร และรถบรรทุก ซึ่งกรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานในสังกัดฯ และเป็นหน่วยหลักได้ดำเนินการตรวจสภาพรถให้ได้มาตรฐาน และเป็นไปตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการตรวจสภาพรถของพนักงานตรวจสภาพตามกฎหมาย ว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กรมฯได้ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจสภาพรถมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตรวจระบบไฟฟ้า (แบตเตอรี่ สายไฟ และจุดเชื่อมต่อสายไฟ ฯลฯ) อย่างเข้มงวดเพื่อเป็นการป้องกันการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า อันเป็นสาเหตุการเกิดไฟไหม้ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้สั่งการ และซักซ้อมสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ ให้ดำเนินมาตรการการตรวจสอบระบบไฟฟ้ารถ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ดังนี้

  1. แบตเตอรี่ ต้องติดตั้งอย่างมั่นคงแข็งแรงกับตัวรถและอยู่ในตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทสะดวกและมีวัสดุที่เป็นฉนวนครอบหรือหุ้มขั้วแบตเตอรี่เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้ ตำแหน่งที่ติดตั้งแบตเตอรี่ต้องไม่อยู่ในห้องผู้ขับรถและห้องผู้โดยสาร
  2. วงจรไฟฟ้า ต้องมีฟิวส์หรืออุปกรณ์ตัดวงจร (Circuit Breaker) ที่เหมาะสม (ยกเว้นวงจรที่ใช้กับระบบเครื่องยนต์และสายกราวน์)
  3. สายไฟ ต้องมีฉนวนหุ้มและถูกป้องกันอย่างเหมาะสม ไม่เปลือย ไม่ชำรุดฉีกขาด และขนาดของสายไฟต้องเหมาะสมกับการส่งกระแสไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย
  4. การติดตั้งสายไฟ ต้องยึดแน่นมั่นคง “ห้าม” สัมผัสกับท่อเชื้อเพลิงหรือส่วนประกอบระบบไอเสีย และต้องไม่อยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงให้เกิดอันตราย เช่น ห้อยสัมผัสพื้น หรือเสี่ยงต่อการเสียดสี
  5. จุดเชื่อมต่อสายไฟ ต้องมีสภาพเรียบร้อยและแน่นหนา ไม่หลวม และไม่เสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟ
  6. กรณีที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเสริม เช่น พัดลม, กาต้มน้ำ, โทรทัศน์ต้องมีการติดตั้งสวิตช์เพิ่มเติมสำหรับเปิดปิดกระแสไฟฟ้าเข้าอุปกรณ์ดังกล่าวและระบบไฟฟ้าของอุปกรณ์ดังกล่าวต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยตามรายการข้างต้นทั้งหมด

โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบก เชื่อมั่นว่าการดำเนินการตรวจสภาพรถที่ถูกต้อง และเป็นไปตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกจะช่วยให้รถโดยสาร และรถบรรทุกมีความปลอดภัย และมีความพร้อมก่อนออกปฏิบัติงาน นอกจากความพร้อมของตัวรถ และระบบไฟฟ้าที่มีความปลอดภัยแล้ว กรมฯยังขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการ และผู้ขับรถให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัย และกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างยั่งยืน


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

ตรวจเข้มระบบไฟฟ้าภายในรถบัส-บรรทุก ป้องกันลัดวงจรสาเหตุรถไฟไหม้