แบงก์กรุงเทพ ประเมินจีดีพีโต 1.5-2% แม้มีสัญญาณบวกราคาน้ำมัน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ แนะรัฐ เพิ่มการจัดซื้อจัดจ้าง สร้างกำลังซื้อ ปลดล็อคการลงทุนจากต่างประเทศ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารฯ ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทย (จีดีพี) ไว้ที่ 1.5-2% เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งสงครามการค้า และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

“เป็นปีที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราไม่อยากปรับประมาณการขึ้นลงบ่อย เพราะยังไม่มีใครรู้ว่าทั้งปี 2569 จะเป็นอย่างไร ดังนั้น จึงยังยืนกรอบ 1.5-2% ไปก่อน แล้วรอดูสถานการณ์อีก 1-2 เดือน” นายกอบศักดิ์ กล่าว

นายกอบศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม แม้เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากราคาน้ำมันโลก ที่กลับมาอยู่ในระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง อัตราดอกเบี้ยที่ทยอยลดลง ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง และการส่งออกยังขยายตัวได้ แต่ยังต้องจับตาผลการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่น และเศรษฐกิจโลกได้ทุกเมื่อ ขณะที่ภาคท่องเที่ยวของไทย ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และยังได้รับผลกระทบจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส” มองว่า เม็ดเงินจากภาครัฐช่วยได้เพียงระดับหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ เพราะเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจไทยที่มีมูลค่ากว่า 15-16 ล้านล้านบาท วงเงินกระตุ้นระดับ 4-5 หมื่นล้านบาทถือว่า “เป็นเพียงเศษเสี้ยว” ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งปลดล็อกการลงทุนภาคเอกชน และการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากรัฐบาลมีเงินจำกัด แต่ต้องทำอย่างไรให้เงินของคนอื่นออกมาหมุนในระบบ

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ว่า เป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นระดับที่เหมาะสมและช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้ภาคธุรกิจและประชาชน ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้ ทั้งนี้ หากจะใช้นโยบายดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ควรดำเนินการตั้งแต่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว ไม่ใช่รอจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดนิ่งแล้วจึงค่อยปรับลด เพราะจะทำให้การฟื้นตัวเป็นไปได้ยากกว่า เหมือนกับรถกำลังชะลอ ควรเหยียบคันเร่งตั้งแต่เนิ่นๆ อย่ารอให้รถหยุดแล้วค่อยเหยียบคันเร่ง เพราะจะเหนื่อยกว่า

นายกอบศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ธนาคารกรุงเทพยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2569 ไว้ที่ 3-5% โดยการปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่และโครงการลงทุนยังเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง

จึงเห็นว่าภาครัฐควรออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งการขยายตลาด เพิ่มการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และสร้างกำลังซื้อ เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถประคองธุรกิจและฟื้นตัวได้ เพราะหากต้องการให้เศรษฐกิจหมุนเวียนต้องทำให้ภาคเอกชนกลับมาลงทุน และใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน