MAJOR รีบแจงตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังมีการยื่นแบบรายงานถือหุ้นระบุได้หุ้นจนมีสิทธิออกเสียงเกือบ 10% แต่พบข้อมูลหลายจุดผิดปกติ ทั้งอ้างถือ “หุ้นบุริมสิทธิ” ที่บริษัทไม่มีแล้ว และผู้ยื่นรายงานก็ไม่ใช่กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท ล่าสุดส่งเรื่องให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว
วันที่ 7 ก.ค. 2569 นางสาวฐิตาภัสร์ อิสราพรพัฒน์ เลขานุการ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ทำหนังสือแจ้งต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ตามที่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 บริษัทได้รับรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (แบบ 59) ซึ่งระบุว่ามีบุคคลรายหนึ่งในตำแหน่งผู้บริหารชั่วคราว แจ้งการได้มาซึ่งหุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 41,132,700 หุ้น โดยระบุวันที่ทำรายการเป็นวันที่ 31 ธ.ค. 2551
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 บุคคลดังกล่าวได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยระบุการได้มาซึ่งหุ้นของบริษัท ประกอบด้วยหุ้นสามัญประมาณร้อยละ 0.3776 และหุ้นบุริมสิทธิประมาณร้อยละ 4.6400 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นภายหลังการได้มาคิดเป็นประมาณร้อยละ 9.9906 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทนั้น
บริษัทขอชี้แจงว่า ตามหมายเหตุที่ปรากฎบนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. สำหรับแบบ 246-2 ดังกล่าว ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งหมายความว่าข้อมูลในรายงานอาจยังไม่ครบถ้วน และ/หรืออยู่ระหว่างการสอบทาน
นอกจากนี้ บริษัทพบข้อสังเกตว่าข้อมูลในแบบ 246-2 ดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากบริษัทไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิแก่บุคคลเป็นการทั่วไป และในปัจจุบันบริษัทไม่มีหุ้นบุริมสิทธิคงเหลืออยู่แล้ว อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในบริษัท พบว่าบุคคลผู้ยื่นแบบรายงานดังกล่าวมิได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท และไม่มีรายชื่อเป็นบุคคลที่บริษัท ได้ขึ้นทะเบียนไว้ในระบบบัญชีรายชื่อบุคคคล (Whist) ของสำนักงาน ก.ล.ต. แต่อย่างใด
บริษัทจึงได้แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 และได้รับแจ้งว่า สำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้ยื่นแบบรายงานดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบทานข้อมูลโดยสำนักงาน ก.ล.ต.