เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว AIA CONNECT อาคารสำนักงานเกรดเอแห่งใหม่บนทำเลรัชดา–พระราม 9 รับการเติบโตของ New CBD กรุงเทพฯ ขณะที่ คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ชี้การแข่งขันตลาดออฟฟิศยุคใหม่เปลี่ยนจากการลดค่าเช่าและให้ Rent Free สู่การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partnership) เพื่อเพิ่มมูลค่าและรักษาผู้เช่าระยะยาว ท่ามกลางอัตราพื้นที่ว่างตลาดกรุงเทพฯ ยังอยู่ในระดับ 21.9%
AIA CONNECT เติมซัพพลายออฟฟิศเกรดเอย่าน New CBD
วันที่ 8 ก.ค. 2569 บริษัท เอไอเอ ประเทศไทย กลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมเปิดตัว AIA Connect (เอไอเอ คอนเนคท์) อาคารสำนักงานพรีเมียมเกรดเอ บนทำเลรัชดา-พระราม 9 หนึ่งในโครงการที่เข้ามาเพิ่มความเคลื่อนไหวให้กับตลาดอาคารสำนักงานในย่านรัขดาฯ-พระราม 9 ที่กำลังขยายบทบาทเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ (New CBD)
โดย AIA CONNECT เป็นอาคารสำนักงานเกรด A ตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามอาคาร AIA Capital Center และตัวอาคารมีการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมสู่กับสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศ ช่วยเพิ่มความสะดวกด้านการเดินทาง ในส่วนของอาคารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “A Home-inspired Workplace” ที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่น รองรับรูปแบบ Hybrid Workplace และตอบรับพฤติกรรมการทำงานยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สีเขียว และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้อาคาร
อาคารมีความสูง 34 ชั้น พื้นที่เช่ารวมประมาณ 53,500 ตร.ม. รองรับผู้เช่าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สำนักงานใหญ่ขององค์กรขนาดใหญ่ บริษัทข้ามชาติ ไปจนถึงธุรกิจที่ต้องการพื้นที่สำนักงานมาตรฐานระดับสากล ด้านมาตรฐานอาคาร AIA CONNECT เน้นแนวคิดอาคารเพื่อความยั่งยืนและสุขภาวะของผู้ใช้งาน โดยตั้งเป้ารองรับมาตรฐานระดับสากล ได้แก่ LEED Gold ด้านอาคารประหยัดพลังงาน, WELL Gold ด้านสุขภาวะ และ WiredScore Platinum ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

จาก Rent Free สู่ Business Partnership โมเดลใหม่ตลาดออฟฟิศ
ทั้งนี้นายอุกฤษฎ์ พรพัฒนไทโรจน์ หัวหน้าฝ่ายพื้นที่สำนักงานให้เช่า คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย กล่าวว่าปัจจุบันการแข่งขันของตลาดอาคารสำนักงานไม่ได้อยู่เพียงการปรับลดค่าเช่า หรือการให้ระยะเวลาฟรีค่าเช่า (Rent Free) เหมือนในอดีต แต่เจ้าของอาคารเริ่มปรับกลยุทธ์ไปสู่การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้เช่ามากขึ้น
ตัวอย่างเช่น เจ้าของอาคารบางรายเริ่มนำเสนอรูปแบบความร่วมมือกับกลุ่มผู้เช่าที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกัน โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทประกันภัย ที่อาจนำเสนอสิทธิประโยชน์ด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัยหรือบริการสำหรับพนักงานและบริษัทในเครือ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างเจ้าของอาคารและองค์กรผู้เช่า เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีหรือคอมพิวเตอร์ ที่อาจมีการจับมือกับพันธมิตรด้านไอทีในการจัดหาอุปกรณ์ ระบบเทคโนโลยี หรือบริการดิจิทัลให้กับองค์กรผู้เช่า
“รูปแบบการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่า ไปสู่การเป็น Business Partner ที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจซึ่งกันและกัน” นายอุกฤษฎ์กล่าว
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดสำนักงานยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะด้านราคา แต่ต้องสร้าง ระบบนิเวศน์ (Ecosystem) รอบอาคาร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ใช้งานและองค์กรผู้เช่าในระยะยาว
กระแส Flight to Quality หนุนดีมานด์อาคารเกรดเอ
นายอุกฤษฎ์ กล่าวว่าตลาดสำนักงานกรุงเทพฯ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราพื้นที่ว่างเฉลี่ยอยู่ที่ 21.9% โดยย่านสาทรยังมีอัตราว่างสูง เนื่องจากไม่มีอาคารใหม่เข้าสู่ตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อาคารเดิมทยอยสูญเสียผู้เช่าและเกิดการย้ายออก
ส่วนทำเลปทุมวันและวัฒนาเริ่มเห็นแนวโน้มอัตราว่างลดลง หลังมีอาคารใหม่เข้าสู่ตลาด และได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผู้เช่าที่ต้องการย้ายเข้าสู่อาคารคุณภาพสูง หรือกลยุทธ์ “Flight to Quality”