ดร.ธีระชัย ยืนยัน พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม ฉบับใหม่ ปิดจุดอ่อน พรบ.ปี 51 ทุกฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเป็นธรรม

8 ก.ค. 69 – ที่อาคารรับเสด็จเขาตาแป้น องค์การส่งเสริมกิจการโคมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ดร.ธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเสวนา พระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม ฉบับใหม่ “เกษตรกรโคนมไทยต้องรู้” ว่า

การเสนอให้มี พระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม ฉบับใหม่ขึ้น ทดแทนพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. 2551 ที่ใช้กันมาแต่เดิม ถือเป็นการยกระดับทั้งด้านส่งเสริม พัฒนา และควบคุมการประกอบอาชีพการเลี้ยงโคนม ตลอดจนกำกับดูแลคุณภาพน้ำนมโคและผลิตภัณฑ์นมในประเทศไทย ให้มีศักยภาพที่ดีมากขึ้น

ดร.ธีระชัย ได้กล่าวว่า ในส่วนของปัญหาต่าง ๆ จะได้รับแก้ไขที่แตกต่างไปจากเดิม คือ ไม่ได้เป็นการแก้ไขจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นหลักเหมือนเดิม แต่จะให้เป็นบทบาทของทุกฝ่าย ทีร่วมกันทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด (Milk Board) ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย บริหารจัดการ และดูแลอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทยทั้งระบบ

ซึ่งในพระราชบัญญัติ โคนมและผลิตภัณฑ์นม พ.ศ. 2551 ที่ใช้มานั้น ขอบเขตอำนาจหน้าที่ไม่ชัดเจน ทำให้การเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับทุกฝ่ายทีเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนมไม่ได้รับแก้ปัญหาได้อย่างเท่าเทียมกัน

ในพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม ฉบับใหม่ ได้มีปรับปรุงเพื่อแก้ไขแล้ว เน้นให้ผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผู้ประกอบการ จะได้มีบทบาทเข้ามาทำงาน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้สมดุล และเห็นผล

ดร.ธีระชัย กล่าวต่อไปว่า ขอยืนยันว่า พระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม ฉบับใหม่นี้ จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรอย่างแน่นอน ขอเปรียบเทียบว่า กฎหมายที่จะออกมานี้ ต้องกินได้ ซึ่งพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม ฉบับใหม่นี้ จะกำหนดให้มีมิลค์บอร์ดถึง 34 คน

โดยให้ตัวแทนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปดูแลกันเอง ไม่ว่า เกษตรกร หรือผู้ประกอบการ ได้มีโอกาสเข้าไปร่างกฎหมาย รวมถึงไปเป็นอนุคณะกรรมการในการแก้ไขกฎหมาย รวมถึงการเข้าไปกำหนดในส่วนของต้นทุน และราคาน้ำนมดิบให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ได้ ขอเรียนว่า พระราชบัญญัตินี้ จะสร้างประโยชน์ให้กับ ทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรมแน่นอน

“การเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงอยากให้ทุกคนได้ช่วยกันรักษาไว้ และขณะนี้รัฐบาล ได้มีแนวนโยบายในการส่งเสริมดูแลอยู่แล้ว

และที่สำคัญ เมื่อพระราชบัญญัติออกมา ต้องทำให้เกิดการปฏิบัติได้จริง ต้องไม่ให้ทุกฝ่ายเอารัดเอาเปรียบกัน เพราะเมื่อมีการเอารัดเอาเปรียบกันแล้ว จะอยู่ได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น คนที่ถูกเอาเปรียบก็จะล้มหาย และคนที่เอาเปรียบก็จะตายไปด้วย

ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องพึ่งพาอาศัยกัน และสิ่งสำคัญที่สุด ต้องสามัคคีกัน ถ้าผู้ประกอบการต้นน้ำ กลางน้ำ สามัคคีกัน ปลายน้ำคือ รัฐบาล ก็จะบริหารงานง่าย ตรงไหนที่มีปัญหา ก็จะมีช่องทางออกเอง

สำหรับตนเองนั้น พร้อมที่จะบริการ ช่วยเหลือ ช่วยขับเคลื่อนโคนมไทย รวมถึงเกษตรกร ผู้ประกอบการ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความยั่งยืน ปลอดภัย และได้ราคาดี” ดร.ธีระชัย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน