ศุภจี เล็งของบกลาง 90 ล้าน รับซื้อมะพร้าวแกงราคานำตลาด อุ้มเกษตรกรตกหล่น

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในของบกลางเพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาดเพิ่มเติม พร้อมสำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังตกหล่น รวมทั้งติดตามการนำเข้ามะพร้าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลผลิตในประเทศได้รับการรองรับอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่แหล่งปลูกมะพร้าว ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ได้ประสานโรงงานและผู้ประกอบการเข้ารับซื้อมะพร้าวแกงจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยรับซื้อแล้วกว่า 11 ล้านลูก จากเป้าหมาย 10 ล้านลูก

“แต่จากการติดตามข้อมูลในพื้นที่พบว่า ยังมีกลุ่มเกษตรกรบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับซื้อผ่านเครือข่ายล้งและกลุ่มเกษตรกรคู่ค้าเดิม ประกอบกับมีข้อจำกัดด้านมาตรฐานที่ผู้นำเข้ากำหนด เช่น GAP, Monkey-free Certificate และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) จึงเตรียมของงบเพิ่ม เพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาดเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และรองรับผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงนี้”

นายกรนิจกล่าวว่า ด้านการนำเข้า กรมการค้าต่างประเทศได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าและโรงงานผลิตกะทิให้งดการนำเข้ามะพร้าวในช่วงผลผลิตภายในประเทศออกสู่ตลาด ซึ่งโรงงานยืนยันว่าจะใช้มะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบหลัก โดยจากการสำรวจโรงงานแปรรูปมะพร้าว 9 ราย พบว่า ใช้มะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบ 80% และนำเข้าเพียง 20 % ขณะที่การนำเข้ามะพร้าวในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) มีปริมาณ 79,388 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 190,734 ตัน หรือลดลงกว่า60%

ปัจจุบัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ผลผลิตมะพร้าวแกงปี 2569 อยู่ที่ 608 ล้านลูก เพิ่มขึ้น2.4% จากปีก่อน โดยผลผลิตเริ่มออกมากตั้งแต่เดือนมิ.ย. และคาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกประมาณ 69 ล้านลูกในช่วงปัจจุบันถึงเดือนส.ค. 2569 ซึ่งโรงงานและล้งอาจรองรับได้ไม่ทั้งหมด กระทรวงพาณิชย์จึงเตรียมมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อผลักดันให้เกษตรกรจำหน่ายมะพร้าวแกงได้ในราคาที่คุ้มค่ากับต้นทุน และได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมเตรียมของบกลางประมาณ 90.1 ล้านบาท เพื่อนำไปรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาดเพิ่มดูดซับผลผลิตออกสู่ตลาด โดยตั้งเป้าจะเข้าไปรับซื้อ2ส่วนคือ มะพร้าวลูก จำนวน 20 ล้านลูก โดยให้ราคารับซื้อเพิ่มลูกละ4บาท และ2. เนื้อมะพร้าวจำนวน 1,000 ตัน โดยให้ราคารับซื้อเพิ่มกิโลกรัมละ5 บาท

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศ ได้ติดตามและเข้มงวดการนำเข้ามะพร้าวผลแก่มาโดยตลอด โดยการนำเข้ากรอบ WTO ในโควตา และ AFTA ซึ่งผู้นำเข้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มงวด อาทิ ผู้มีสิทธินำเข้าต้องเป็นโรงงานที่ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิต กำหนดช่วงเวลานำเข้า และเฉพาะกรณี AFTA ห้ามนำมะพร้าวนำเข้าไปจำหน่ายจ่ายโอนและห้ามนำไปจ้างกะเทาะนอกโรงงาน เป็นต้น
ทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้นำเข้ามะพร้าวผลแก่โดยใช้สิทธิทั้ง 2 กรอบความตกลงดังกล่าว และการนำเข้าทุกกรอบความตกลงกำหนดให้นำเข้าได้เพียง 2 ด่าน (ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ และแหลมฉบัง)

ทั้งนี้ สำหรับกรอบ WTO นอกโควตา ซึ่งผู้นำเข้าใช้สิทธินำเข้าในปัจจุบัน ภาษี54% กรมฯ ได้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมโดยขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชะลอการนำเข้าในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก พร้อมทั้งขอให้ช่วยรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรในประเทศเป็นอันดับแรก และตั้งแต่ 1 ม.ค. 2566 เป็นต้นมา ได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นการนำเข้าให้ กรมฯ ทราบก่อนขอหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า

สำหรับปี 2569 ซึ่งมีผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดมากตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ที่ผ่านมากรมได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้นำเข้าเพื่อขอให้ผู้นำเข้าชะลอการนำเข้ามะพร้าว และเพิ่มการรับซื้อผลผลิตในประเทศ โดยเฉพาะมะพร้าวผลแก่คงค้างในประเทศกว่า 10 ล้านผล จนปัจจุบันผู้นำเข้าได้ชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลแก่เกือบทั้งหมดแล้ว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน