สนพ. เปิดแผน “PDP 2026” พลิกโฉมพลังงานไทยสู่ Net Zero ชูพลังงานสะอาดขั้นต่ำ 65% รับมือ Green Demand-Data Center เตรียมเปิดประชาพิจารณ์ 8 ก.ย.นี้
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวเสวนาหัวข้อ ‘ส่องแผนพลังงานไทย : สู่เป้าหมาย Net Zero’ ในงานสัมมนา “NEW ENERGY FOR THAILAND เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” ซึ่งกองบรรณาธิการมติชนจัดขึ้นว่า ล่าสุดการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ได้ข้อสรุปและตกผลึกเรียบร้อยแล้ว หลังจากใช้เวลาพิจารณาร่วมกับคณะอนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิรวม 22 ครั้ง
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องใน วันที่ 8 ก.ย.2569 นี้
พลิกโฉมแผน PDP รูปแบบใหม่ : จาก Passive สู่ Active Consumer
นายวัฒนพงษ์ระบุว่า ระบบไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ภาครัฐเป็นผู้จัดหาหลักโดยเน้น “ความมั่นคงและราคา” บนพื้นฐานของเชื้อเพลิงฟอสซิล และให้ประชาชนเป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้า (Passive Consumer) แต่แผน PDP 2026 จะมองภาพรอบด้านเพื่อรองรับความท้าทายใหม่ๆ ดังนี้
แรงขับเคลื่อนสีเขียว (Green Demand & CBAM) : ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออก ภาคธุรกิจจึงต้องเร่งปรับตัวตามมาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) และเป้าหมายการลดคาร์บอนที่เข้มข้นขึ้นตามแผน NDC 3.0 หากไม่ปรับตัวจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
ดีมานด์ใหม่จาก Data Center และ AI : มีการประเมินในกรณี High Case ว่า Data Center จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 8,800 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนหนึ่งจะทำ Direct PPA จัดหาพลังงานสะอาดเอง ขณะที่อีกส่วนยังต้องพึ่งพาระบบหลักเพื่อความมั่นคงตลอด 24/7
การเติบโตของ Prosumer และ EV : ผู้ใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ผลิตและใช้เอง (Prosumer) ผ่านการติดตั้งโซลาร์และแบตเตอรี่ (Behind the Meter) ประกอบกับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งในอนาคต EV จะสามารถจ่ายไฟกลับเข้าสู่ระบบได้ด้วย (V2G)
เจาะลึกโครงสร้างกำลังการผลิตและเป้าหมาย Net Zero
ทั้งนี้ แม้ดีมานด์การใช้ไฟฟ้าของประเทศจะไม่เติบโตสูงมาก แต่กำลังการผลิตไฟฟ้าตามแผน PDP 2026 จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากแผนเดิมราว 77,000 เมกะวัตต์ สู่ระดับประมาณ 200,000 เมกะวัตต์ เนื่องจากต้องเผชิญข้อจำกัดด้านสภาพภูมิอากาศของพลังงานหมุนเวียน (Energy Not Served)
โครงสร้างพลังงานภายใต้แผน PDP 2026 มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น โดยใช้เกณฑ์วัดความน่าเชื่อถืออย่าง LOLE (Loss of Load Expectation) ควบคู่กับ Reserve Margin เพื่อความมั่นคงสูงสุด พร้อมกำหนดทิศทางขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่
สัดส่วนพลังงานสะอาด : กำหนดให้พลังงานสะอาดมีสัดส่วน อย่างน้อย 65% ในขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติจะทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Firm) และ Transition Fuel ในสัดส่วนประมาณ 11%
3 ทางเลือกหลังปี 2580 (สู่เป้าหมายปี 2050) : ช่วงปี 2580-2593 ประเทศไทยจะต้องตัดสินใจเลือก 1 ใน 3 แนวทางที่เหมาะสม ได้แก่
ทางเลือกที่ 1: เน้นใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ในสัดส่วนสูง
ทางเลือกที่ 2: เน้นพลังงานหมุนเวียน (RE) สูงถึง 90% แต่มีความเสี่ยงด้านพื้นที่ สายส่ง และต้นทุน
ทางเลือกที่ 3: รูปแบบ Hybrid ผสมผสานระหว่าง RE และ CCS
เทคโนโลยีแห่งอนาคต : บรรจุเทคโนโลยีใหม่เพื่อการเปลี่ยนผ่าน เช่น SMR (เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก) ตั้งเป้าไว้ที่ 9,000 เมกะวัตต์ในช่วงปลายแผน (เริ่มต้นทดลองที่ 300 เมกะวัตต์), ไฮโดรเจน (หลังปี 2040), CCS, ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage), Smart Grid รวมถึงระบบกระจายศูนย์อย่าง Virtual Power Plant (VPP) และ Demand Response (DR)
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในแผน PDP 2026 เป็นงานที่ท้าทายและต้องใช้เม็ดเงินลงทุนสูงมาก แต่ด้วยโจทย์ระดับประเทศที่ถูกกำหนดไว้ ทำให้ภาครัฐ เอกชน และทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อให้ระบบไฟฟ้าของไทยเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก