สสว. ปรับเกมพัฒนาเอสเอ็มอีรายธุรกิจ อัพไซส์สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 6.6 ล้านล้านบาท เพิ่มสัดส่วน 36.86% ของจีดีพีประเทศ ดันแข่งขันด้วยคุณค่า

น.ส.ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่าได้ปรับแนวทางส่งเสริมเอสเอ็มอีจากเดิมที่ใช้รูปแบบเดียวกับผู้ประกอบการทุกกลุ่ม (One Size Fits All) เป็นการพัฒนาแบบเฉพาะเจาะจงตามขนาดธุรกิจ อุตสาหกรรม และช่วงอายุธุรกิจ พร้อมใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นฐานกำหนดนโยบาย เพื่อให้การสนับสนุนตรงกับศักยภาพและปัญหาของผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ปี 2568 เอสเอ็มมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 6,606,631 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของเอสเอ็มอี ต่อจีดีพีประเทศอยู่ที่ 34.83% ใกล้เคียงกับปี 2567 ที่ 34.86% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่สะท้อนการเติบโตทั้งหมด เนื่องจากเอสเอ็มอีบางส่วนสามารถขยายกิจการจนมีรายได้เกินเกณฑ์และเลื่อนสถานะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้หลุดออกจากการคำนวณจีดีพีของเอสเอ็มอี

หากนำมูลค่าของกลุ่มที่ Upsize กลับมาคำนวณ พบว่าสัดส่วนจีดีพีของเอสเอ็มอีจะเพิ่มเป็น 37.37% ในปี 2567 และ 36.86% ในปี 2568 สะท้อนว่าเอสเอ็มอีไทยมีการเติบโตมากกว่าที่ตัวเลขปกติแสดง ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 เอสเอ็มอีมีมูลค่าการส่งออก 894,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

น.ส.ปณิตากล่าวว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เติบโตชะลอตัวต่อเนื่อง เอสเอ็มอีถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของประเทศ จึงต้องยกระดับจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้วยคุณภาพและคุณค่า ผ่านนวัตกรรม มาตรฐาน การออกแบบ แบรนด์ และทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

สำหรับภารกิจต่อไป สสว. จะเน้น 3 ด้าน ได้แก่ ใช้ข้อมูลเชิงลึก เชื่อมโยงหน่วยงาน และวัดผลจากผลลัพธ์ โดยต้องรู้จักเอสเอ็มอีในระดับรายกลุ่ม ทั้งศักยภาพ ปัญหา และความต้องการ เพื่อนำไปสู่ Evidence-based Policy พร้อมเชื่อมหน่วยงานรัฐ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนให้ทำงานในทิศทางเดียวกัน

ขณะเดียวกัน การประเมินผลจะไม่เน้นเพียงจำนวนโครงการหรือผู้เข้าร่วม แต่ต้องวัดว่าเอสเอ็มอึมีรายได้และผลิตภาพเพิ่มขึ้น เข้าถึงตลาดหรือแหล่งทุนใหม่ และสามารถเติบโตได้จริง เพื่อผลักดันเอสเอ็มอีไทยให้พึ่งพาศักยภาพของตัวเอง แข่งขันได้ในระดับสากล และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน