กนอ.ร่วมมือกับ GULF1-GPSC เปลี่ยนพื้นที่ Silt Pond 92 ไร่ สู่แหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด ป้อนมาบตาพุด ลดคาร์บอน หนุนภาคผลิตสู่ Net Zero
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าได้ร่วมกับบริษัท กัลฟ์1 จำกัด หรือ GULF1 ในเครือบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC จัดตั้ง “บริษัท รีเนอร์จี จำกัด”
เพื่อดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่เก็บกักตะกอนดินเลน (Silt Pond) ขนาด 92 ไร่ ในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 กำลังการผลิตติดตั้ง 17.50 เมกะวัตต์ (MWp) หวังเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ให้เป็นแหล่งพลังงานสะอาดสำหรับภาคอุตสาหกรรม
การจัดตั้งบริษัท รีเนอร์จี เป็นการผสานศักยภาพร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในนิคมอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดพื้นที่ Silt Pond ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย กนอ. เชื่อมั่นว่าโครงการจะเป็นต้นแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อผลิตและจ่ายพลังงานสะอาด ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ และสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ด้านนายชาญศักดิ์ ชื่นชม ผู้จัดการใหญ่ GPSC กล่าวว่า โครงการโซลาร์ฟาร์มกำลังผลิต 17.5 MWp จะผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการลดคาร์บอนในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจด้านเสถียรภาพพลังงานและการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โดย GPSC จะนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและบริหารระบบโครงข่ายไฟฟ้าและโครงการพลังงานสะอาดมาสนับสนุนการดำเนินงาน
นางสาวอำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ GULF1 กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของพันธมิตร ทั้งด้านพลังงานหมุนเวียน การใช้ประโยชน์จากที่ดิน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรม โดย GULF1 จะสนับสนุนโครงการตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงานระยะยาว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับโครงสร้างการถือหุ้น บริษัท รีเนอร์จี จำกัด ประกอบด้วย GULF1 ถือหุ้น 37.5% GPSC 37.5% และ กนอ. 25% โดยโครงการจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่ Silt Pond 92 ไร่ กำลังผลิตรวม 17.50 MWp เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเข้าถึงพลังงานสีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเกณฑ์ ESG และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ขณะเดียวกัน โครงการยังสร้างรายได้ให้การนิคมฯ ในรูปเงินปันผล ค่าตอบแทนการใช้สิทธิพื้นที่ผิวน้ำ และค่าบริการสาธารณูปโภคตลอดระยะเวลาโครงการ