กฟผ. จับมือ IAEA เร่งพัฒนาบุคลากร พร้อมลุยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เล็งเดินเครื่องโรงแรกปี 2580 ชูพีดีพี 2026 ปักหมุด 9,000 เมกะวัตต์
นายสมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการภายใต้โครงการความร่วมมือทางเทคนิคระหว่างทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และประเทศไทย โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในหัวข้อ “Strengthening Thailand’s SMR Pathway: Strategy and Project Implementation”
นายสมภพ กล่าวว่า เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภาคพลังงานทั่วโลก ประเทศต่างๆ ต่างมุ่งหาแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ ยั่งยืน และมีต้นทุนที่เหมาะสม กระทรวงพลังงานจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และขีดความสามารถของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถประเมินทางเลือกด้านพลังงานได้อย่างรอบด้าน และตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่รอบคอบ โดยยึดมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย ความมั่นคง ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และความเชื่อมั่นของประชาชน
ด้านนายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. กล่าวว่า การสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเป็นความท้าทายสำคัญ โดย SMR เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติในฐานะแหล่งผลิตไฟฟ้าคาร์บอนต่ำที่มีศักยภาพและสามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ
กฟผ. จึงมุ่งพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำความเข้าใจทั้งโอกาสและความท้าทายของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยการประชุมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจาก IAEA และนานาประเทศแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติสากล เพื่อยกระดับความพร้อมของไทยสำหรับการพิจารณาตัดสินใจในอนาคต
ทั้งนี้ ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) กำหนดเป้าหมายพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR กำลังผลิตรวม 9,000 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าเดินเครื่องโรงแรกภายในปี 2580 โดยการประชุมครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ การวางแผนและดำเนินโครงการ
การพัฒนากำลังคน วัฒนธรรมความปลอดภัย ไปจนถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้หน่วยงานไทยสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเป็นระบบ หากมีการตัดสินใจเดินหน้าพัฒนา SMR ในอนาคต จะสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล