ธปท.เดินเกมฟื้นเศรษฐกิจ-รักษาเสถียรภาพ ดอกเบี้ย 1% แก้หนี้ครัวเรือน–เพิ่มสินเชื่อเอสเอ็มอี จ่อเพิ่มอีก 5 มาตรการ ก่อนคุม Non-bank เข้มข้นในปี 2570
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานในงาน GovernorConnect: A Year in Review, Moving Forward เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ว่า ธปท.ปรับยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งเป็นพันธกิจหลัก ผ่านนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและมาตรการเฉพาะจุดเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ธปท.ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้ง จาก 1.50% เหลือ 1.00% พร้อมบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนเชิงรุกเพื่อลดความผันผวน และออก 18 มาตรการภายใต้ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การแก้หนี้ครัวเรือน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs การสร้างความเป็นธรรมในการใช้บริการทางการเงิน และการสกัดกั้นเงินเทากับการทุจริตผ่านระบบการเงิน
@แก้หนี้รายย่อย–เติมทุนเอสเอ็มอี ลดภาระปีละ 8 พันล้าน
ด้านการแก้หนี้ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งดำเนินการร่วมกับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ช่วยลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสีย (NPL) แล้วกว่า 182,000 บัญชี จากเป้าหมาย 200,000 บัญชีภายในปีนี้ ขณะที่การคงอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตไว้ที่ 8% ช่วยรักษาสภาพคล่องให้ลูกหนี้ประมาณ 2 ล้านบัญชี
ส่วนการเพิ่มสินเชื่อเอสเอ็มอี โครงการ “SMEs Credit Boost” ซึ่งเป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยงด้านเครดิต มียอดปล่อยสินเชื่อแล้วกว่า 80,000 ล้านบาท บรรลุเป้าหมายที่กำหนด ขณะที่ “SMEs Secure Plus” เปิดทางให้สถาบันการเงินพิจารณาหลักประกันอื่นประกอบกับกระแสเงินสด เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ ธปท.ลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงิน 19 รายการ ครอบคลุมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมชำระเงิน และสินเชื่อเอสเอ็มอีช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมกันได้ถึง 8,000 ล้านบาทต่อปี
@คุมเงินสด–ทองคำ สกัดธุรกรรมเสี่ยง
มาตรการสกัดเงินเทาและการทุจริตผ่านระบบการเงิน เริ่มกำกับธุรกรรมถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ส่งผลให้มูลค่าการถอนเงินสดลดลงกว่า 57% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2569
ขณะที่การกำหนดให้ร้านทองรายงานข้อมูลเมื่อมีการถอนทองคำจริงตั้งแต่ 2 กิโลกรัมต่อวัน ทำให้ธุรกรรมดังกล่าวลดลงกว่า 85% ในช่วงเปรียบเทียบเดียวกัน
ธปท.ยังจัดทำกรอบการคุ้มครองภาคการเงินจากกิจกรรมผิดกฎหมาย (Framework for Safeguarding the Financial Sector from Illicit Activities) และผลักดัน Bangkok Blueprint ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ในการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่ผ่านมา
@จ่อเพิ่ม 5 มาตรการ ปักธงคุม Non-bank ปี 2570
สำหรับมาตรการระยะถัดไป ธปท.อยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศและเปิดรับฟังความคิดเห็นอีก 5 เรื่อง คาดเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมีนาคม 2570 ได้แก่ การกำกับการซื้อขายทองคำด้วยเงินสดเกิน 10 ล้านบาท
การกำกับธุรกิจซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later) การลดค่าตรวจเครดิตบูโร การกำกับเงินบาทดิจิทัลที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง (THB Stablecoin) และการยกระดับธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Money Changer)
ขณะเดียวกัน เตรียมเปิดโครงการ “SMEs Credit Portal” ในเดือนมกราคม 2570 เป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมผู้ประกอบการกับผู้ให้สินเชื่อ
สำหรับแผนงานปี 2570 ธปท.จะมุ่ง 3 ด้านหลัก ได้แก่ การแก้หนี้ครัวเรือน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเอสเอ็มอี ผ่าน Credit Portal กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเลือก (Alternative Data Exchange)
ควบคู่กับการส่งเสริมการแข่งขัน และการยกระดับกำกับดูแลธุรกิจ Non-bank ทุกประเภท ทั้งผู้ให้สินเชื่อ บริการชำระเงิน ธุรกิจแลกเปลี่ยนและโอนเงิน รวมถึงบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ได้รับความเป็นธรรม ท่ามกลางธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและรูปแบบการดำเนินงานซับซ้อนมากขึ้น