ศุภจีจับมือ 2 รมต. สกัดขยะพิษทะลักเข้าไทย! ลุยตรวจโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรม 3,049 แห่ง หลังพบความเสี่ยงขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติทะลักไทย เผย 5 จังหวัดมีโรงงานกว่า 1,500 แห่ง ตั้งเป้าตรวจวันละ 100 แห่ง พร้อมยกระดับมาตรการนำเข้า-ส่งออกและแก้กฎหมายจัดการปัญหาระยะยาว

วันที่ 31 ต.ค. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดภายหลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งแรก ร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้มาช่วยบูรณาการจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มั่นใจว่าไทยจะไม่เป็นแหล่งทิ้งขยะ หรือของเสียจากประเทศอื่นๆ เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน

ทั้งนี้ ในระยะสั้น จะมีทีมเฉพาะกิจ 2 ทีม โดยทีมแรกนำโดยนายวราวุธ จำนวน 50 ทีม ไปตรวจสอบโรงงานที่มีอยู่ว่าทำถูกต้องหรือไม่ ทั้งเรื่องใบอนุญาต สินค้าที่ในโรงงาน และทีมของนายสุชาติ ที่จะตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของประชาชน

ทั้งนี้ในระยะกลาง ได้แต่งตั้งอธิบดีกรมศุลกากร และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานร่วมทบทวนมาตรการนำเข้าและส่งออกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อป้องกันตั้งแต่ต้นทาง

ส่วนระยะยาว จะมีอีก 1 คณะ มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี มาดูเรื่องกฎหมาย ว่า รัดกุม เข้มข้นเพียงพอหรือไม่ ต้องยกระดับมาตรการอะไรเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว

ด้านนายวราวุธ กล่าวว่า จะเริ่มคิกออฟลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย.นี้ โดยในไทยมีโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้จัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (กากอุตสาหกรรม) ที่จดทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม 3,049 แห่ง โดยมีประมาณ 1,500 แห่ง อยู่ใน 5 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สมุทรปราการ ซึ่งจะตรวจสอบโรงงานที่ได้รับการร้องเรียนก่อน น่าจะทำได้วันละ 100 แห่ง

โดยถ้าตรวจสอบแล้ว พบการกระทำความผิด จะยึดใบอนุญาต รวมทั้งจะเสนอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดทรัพย์ และดำเนินคดีอาญาด้วย

นอกจากนี้ กำลังพิจารณากฎหมายว่า จะไม่อนุญาตให้เทรดเดอร์ (ผู้ค้าขยะ) นำเข้าได้หรือไม่ ส่วนการนำเข้าขยะโลหะที่เป็นก้อน เช่น ซากรถยนต์ และมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ติดมาด้วย จะอนุญาตให้มีการปนเปื้อนได้กี่เปอร์เซ็นต์ และเป็นไปตามมาตรฐานนานาชาติหรือไม่ เพราะหากยอมให้ปนเปื้อน จะกลายเป็นว่าไทยยอมให้นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่

ขณะเดียวกัน เตรียมแก้ไขกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเอาผิดหน่วยงานในท้องถิ่นด้วย เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพราะจะรู้ดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นในท้องถิ่นบ้าง เช่น ตั้งโรงงานที่จุดใด เป็นต้น จะได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน