คนไทยตื่นสำรองอาหาร ค้าภายใน เผยยอดซื้อสินค้าห้างเพิ่มขึ้น 20%
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าในรอบสัปดาห์ว่า กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับห้างค้าปลีก ค้าส่ง หลังจากหลายประเทศทั่วโลกออกคำเตือนให้ประชาชนเตรียมสำรองอาหาร 72 ชั่วโมงนั้น ผู้ประกอบการแจ้งว่าตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา พบสัญญาณการซื้อสินค้าเพิ่มในหลายรายการ เฉลี่ยเพิ่ม 5-10 % อาทิ
ข้าวสาร ยอดขายเพิ่ม 5% กลุ่มนม เพิ่ม 15% น้ำดื่มเพิ่ม 15% กลุ่มอาหารกระป๋องเพิ่มกว่า 5% เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีการซื้อสินค้าเพิ่มในช่วงที่ผ่านมา มีหลายปัจจัยทั้งปกติปลายเดือนจะมีกำลังซื้อเพิ่มจากเงินเดือนและใช้เงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนกระแสข่าวการตุนอาหาร ก็แค่ส่วนหนึ่งแต่ไม่ถือว่าหวือหวามากเหมือนในหลายประเทศ ส่วนประเด็นกังวลไทยจะเกิดเหตุแฮกเกอร์โจมตีระบบตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ตเหมือนในยุโรปนั้น ได้สอบถามห้างยืนยันมีระบบดูแลพร้อม
“กรมได้ประสานผู้ผลิตและผู้ค้าในการติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาสินค้าต่อเนื่อง โดยขอให้ผู้ผลิตและห้างเพิ่มสต๊อกในคลังและหน้าร้านจากเดิมด้วย โดยเฉพาะช่วงเข้าใกล้เทศกาลปีใหม่และหยุดยาวปลายปี อาจมีความต้องการสินค้าเพิ่ม ก็ขอผู้ประกอบการเตรียมพร้อม ซึ่งอยากให้ประชาชนมั่นใจปริมาณสินค้าของไทยเพียงพอ รวมถึงการดูแลสินค้าเกษตรด้วย และต้นทุนภาคเกษตร ที่กำลังทยอยประชุมเพื่อออกมาตรการดูแลต่อไป อาทิ สัปดาห์หน้าจะประชุมผู้ประกอบการอาหารสัตว์ ปุ๋ย และผู้เลี้ยงปศุสัตว์ เพื่อหาแนวทางดูแลต้นทุนของผู้เลี้ยงต่อไป ซึ่งจะส่งผลต่อการปรับลดราคาอาหารของประชาชน” นายวัฒนศักย์ กล่าว
สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาพืช ผักสด เนื้อสัตว์ และสินค้าทั่วไป ยังอยู่ในภาวะปกติ มีทั้งทรงตัว ปรับขึ้นหรือปรับลงเล็กน้อยตามฤดูกาล ประกอบกับรัฐออกมาตรการลดค่าครองชีพเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นกำลังซื้อ อาทิ สุกรมีชีวิต 69.90 บาท/กก. หมูเนื้อแดง (ไม่แต่ง) 134.56 บ./กก. ไข่ไก่คละ 4 บาท/ฟอง ผักสดตลาดสี่มุมเมืองอย่างผักบุ้งจีน 16 บาท/กก. ต้นหอม 160 บาท /กก. ถั่วฝักยาว 36 บาท/กก. กะหล่ำปลีเขียว 10 บาท/กก. พริกจินดาแดง 40 บาท /กก. ใบกะเพรา 20 บาท /กก. เป็นต้น