เอกนิติ ปลื้มไทยเนื้อหอม ผงาด 1 ใน 4 ฐาน AI ซัพพลายเชนโลก จ่อรับทุนต่างชาติ
6 พ.ย. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2569 ของสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด โดยตลาดหุ้นในต่างประเทศเริ่มปรับตัวลดลงจากความกังวลและความผันผวนในระยะสั้น โดยเฉพาะความไม่แน่นอนเชิงนโยบายเกี่ยวกับกลุ่มเทคโนโลยี AI และ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศที่ยังต้องรอความชัดเจนจากผู้นำสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตามประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมรับมือความผันผวนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติที่เป็นผลกระทบเชิงบวกและปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
โดยในด้านนโยบายการค้าต่างประเทศ รัฐบาลไทยยังคงเดินหน้าเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบ และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตลาดสินค้าขนาดใหญ่ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจมีโอกาสหารือร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่กำลังจะมาถึง
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับผลกระทบเชิงบวกอย่างมากในกลุ่มอุตสาหกรรม AI Supply Chain โดยข้อมูลจากการประชุมสถาบันการเงินระดับโลก ทั้งธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้จัดให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศหลักของโลกในกลุ่ม AI Supply Chain ร่วมกับมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ส่งผลให้ยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก และคาดว่าจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเสถียรภาพทางการเงินและวินัยการคลัง ประเทศไทยถือว่ามีความแข็งแกร่งอย่างยิ่งในการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกาที่กำลังเผชิญความกังวลเรื่องเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งพุ่งสูงเกินกว่า 100% ของ GDP ประเทศไทยยังคงรักษาวินัยการคลังได้ดี โดยมีสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับ 60% กว่าของ GDP เท่านั้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี อยู่ที่เพียง 2% ขณะที่ของสหรัฐฯ อยู่สูงถึง 5% สะท้อนว่าต้นทุนการกู้ยืมเงินของไทยยังคงต่ำกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง ซึ่งเป็นความผันผวนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
“อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมืออย่างไม่ประมาท”