คมนาคมตรวจติดตามความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง
คมนาคมตรวจสนามบินดอนเมือง – เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2561 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมและคณะตรวจติดตามความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยมี นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง และผู้บริหารท่าอากาศยานดอนเมือง ให้การต้อนรับ ณ อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานดอนเมืองการประมาณการเที่ยวบินและผู้โดยสารที่ขออนุญาตทำการบิน ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2561 – 7 ม.ค. 2562 มีจำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 9,447 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 787 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน 5.25% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 3,613 เที่ยวบิน (เพิ่มขึ้น 15.54%) และเที่ยวบินภายในประเทศ 5,834 เที่ยวบิน (ลดลง 0.26%) มีจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 1,507,726 คน เฉลี่ยวันละ 125,644 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน 9.27% แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 632,619 คน (เพิ่มขึ้น 22.63%) และผู้โดยสารภายในประเทศ 875,107 คน (เพิ่มขึ้น 1.29%)

นายศิโรตม์ กล่าวว่า เพื่อให้การบริการในช่วงดังกล่าวเป็นไปด้วยความปลอดภัย สะดวกและรวดเร็ว ทดม. ได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานและอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 (Passenger Facilitation Center)” เพื่อเป็นศูนย์อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ แก่ผู้โดยสารและประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยศูนย์ประสานงานฯ เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2561 – 7 ม.ค. 2562 บริเวณห้องปฏิบัติงานเวรบริการข้อมูลข่าวสารข้อมูลการบิน (AIS) ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 (ใกล้กับห้องศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทดม.) หมายเลขโทรศัพท์ 0-2535-3861 และ 0 2535 1192 โทรสาร 0-2535-3864 ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ทดม. ได้จัดเจ้าหน้าที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารเพิ่มเติม ดังนี้ 1. เพิ่มเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเก็บรถเข็นกระเป๋า จากเดิม 50 คนต่อวัน เป็น 60 คนต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2561 และเพิ่มจำนวนรถเข็นกระเป๋าขนาดกลางจำนวน 215 คัน จากเดิมจำนวน 2,285 คัน เป็นจำนวน 2,500 คัน ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2561
2. ติดตั้งแผงกั้นบริเวณสายพานรับกระเป๋า (Guard Plate) เพื่อป้องกันกระเป๋าสัมภาระที่อาจเกิดการตกหล่นจากสายพานรับกระเป๋า ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2561 และจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่จัดเรียงและขนย้ายกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารให้เป็นระเบียบและง่ายต่อการค้นหา ณ บริเวณสายพานรับกระเป๋าขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 โดยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มเข้าปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 2561
3. ปรับเปลี่ยนพื้นที่และช่องตรวจสัมภาระผู้โดยสาร โดยเพิ่มช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องสีเขียว) จาก 1 ช่อง เป็น 2 ช่อง ณ บริเวณช่องตรวจศุลกากรผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ทดม. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารได้รับการตรวจสัมภาระได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
4. ติดตั้งระบบบัตรคิวมาใช้แทนการยืนต่อคิวเพื่อรอรับบริการรถ TAXI ที่จุดให้บริการ พร้อมจัดเพิ่มจำนวนเก้าอี้พักรอผู้โดยสาร เพื่อเป็นอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ณ บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ประตู 8 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. 2561
5. ปรับปรุงห้องน้ำ ทั้งหมด 55 จุด (โดย 1 จุด ประกอบด้วย ห้องน้ำชาย หญิง คนพิการ และห้องแม่บ้าน) ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1, PIER 2, 3 และ 4 เพื่อให้ได้มาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และเพิ่มจำนวนให้เพียงพอในการรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิ.ย. 2562
สำหรับในด้านการรักษาความปลอดภัย ทดม. จัดชุดตรวจผสม และได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตระเวน เพิ่มความถี่ในการตระเวนตรวจพื้นที่และรักษาความปลอดภัย รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิด (EOD) สุ่มตรวจภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ตลอดจนจัดชุดสุนัขทหาร (K9) ร่วมตรวจสอบพื้นที่อาคารผู้โดยสาร และเพิ่มความเข้มงวดกวดขันการผ่านเข้า-ออกพื้นที่หวงห้ามและช่องทางอนุญาต หากผู้โดยสารและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานพบเห็นสิ่งผิดปกติให้แจ้งศูนย์รักษาความปลอดภัย ทดม. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2535-1616
การจราจรภายในท่าอากาศยาน ทดม. ได้จัดเจ้าหน้าที่จราจรเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจวิภาวดีและหน่วยที่เกี่ยวข้องในการระบายรถยนต์เข้า-ออกท่าอากาศยานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และขอความร่วมมือผู้ใช้บริการให้จอดรถยนต์บริเวณชานชาลาอาคารผู้โดยสารเพื่อการรับ-ส่งเท่านั้น
นอกเหนือจากการบริการภายในท่าอากาศยาน ทดม. ยังเพิ่มจำนวนรถโดยสารสาธารณะ A1 – A5
โดยสาย A1 เส้นทาง (ดอนเมือง-หมอชิต-ดอนเมือง) จากเดิม จำนวน 16 คัน เพิ่มจำนวนอีก 5 คัน
โดยสาย A2 เส้นทาง (ดอนเมือง-อนุสาวรีย์ฯ-ดอนเมือง) จากเดิม จำนวน 8 คัน เพิ่มจำนวนอีก 3 คัน
โดยสาย A3 เส้นทาง (ดอนเมือง-สวนลุมพินี-ดอนเมือง) จากเดิม จำนวน 6 คัน เพิ่มจำนวนอีก 2 คัน
โดยสาย A4 เส้นทาง (ดอนเมือง-ข้าวสาร-ดอนเมือง) จากเดิม จำนวน 6 คัน เพิ่มจำนวนอีก 2 คัน
โดยสาย A5 เส้นทาง (ดอนเมือง-ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต-ดอนเมือง) จำนวน 4 คัน
ทั้งนี้ ทดม. รณรงค์ให้ผู้โดยสารใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเดินทางแทนรถยนต์ส่วนตัว และขอความร่วมมือในการเผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน อีกทั้งปฏิบัติตามมาตรการจำกัดของเหลว เจล สเปรย์ ที่จะนำขึ้นเครื่องอย่างเคร่งครัด เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการผ่านขั้นตอนการตรวจค้น ผู้โดยสาร ทดม. มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการให้ได้รับการบริการที่ปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center หมายเลขโทรศัพท์ 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง