เอไอเอส ผุด “ดิจิออล ช็อป” ร้านต้นแบบครั้งแรกที่ภูเก็ต ไม่ต้องรอคิว-ไม่มีเคาน์เตอร์-ไม่ใช้เงินสด

เอไอเอส ผุด “ดิจิออล ช็อป”

เอไอเอส ปฏิวัติงานบริการ เปิด “ดิจิออล ช็อป” ร้านต้นแบบครั้งแรกที่ภูเก็ต ไม่ต้องรอคิว-ไม่มีเคาน์เตอร์-ไม่ใช้เงินสด ชูไฮไลต์ “ลิซ่า” หุ่นยนต์อัจฉริยะ หวังยอดขายเพิ่ม-ต้นทุนลด 30%

เอไอเอส ผุด “ดิจิออล ช็อป” – นายฮุย เวง ชอง กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า ขณะนี้พร้อมแล้วสำหรับการปฏิวัติงานบริการรูปแบบใหม่ โดยการเปิด เอไอเอส ดิจิออล ช็อป (AIS DigitALL Shop) เป็น เอไอเอส ช็อป ในรูปแบบใหม่ ซึ่งให้บริการเหมือนช็อปทั่วไป แต่นำเทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเอง และร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาขึ้นมาใช้ในการให้บริการเป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิตอลให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยเริ่มสาขาแรกที่จะให้เป็นสาขาต้นแบบที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ฟลอเรสต้า จ.ภูเก็ต

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป กล่าวว่า เอไอเอส ดิจิออล ช็อป ใช้เงินลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท สูงกว่าเอไอเอสช็อปปกติที่ใช้เงินลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท เพราะเทคโนโลยีใช้เงินลงทุนสูง แต่ใช้คนลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งเหลือประมาณ 10 คน จากปกติต่อช็อปใช้คนประมาณ 30 คน เพราะพัฒนามาจากแนวคิด The Unmanned Store ที่มุ่งนำเทคโนโลยีในการให้บริการ เพราะจากการศึกษาพบว่าเหมาะกับพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย (Gen C) คือ กลุ่มที่ชื่นชอบเทคโนโลยี และติดออนไลน์ ซึ่งเอไอเอสมีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ 30-40%

และการเลือกจ.ภูเก็ต เป็นสาขาต้นแบบ เพราะเมืองสมาร์ตซิตี้ และพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของลูกค้าไม่แตกต่างจากกรุงเทพฯ อีกทั้งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พร้อมใช้เทคโนโลยี โดยเอไอเอส ดิจิออล ช็อป จะช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอคิว ไม่ต้องมีเคาน์เตอร์บริการ และไม่ต้องใช้เงินสด ปลดล็อกทุกข้อจำกัด เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ขณะเดียวกันพื้นที่ต่อช็อปเพิ่มขึ้น ส่งผลคาดว่ายอดขายจะไม่น้อยกว่าเอไอเอสช็อปทั่วไป และช่วยให้ต้นทุนลดลง 30% สำหรับในอนาคตมีแผนจะขยายเพิ่ม และไปผสมผสานกับเอไอเอสช็อปที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 163 สาขา

“เป็นการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ที่ไม่มีการกดรับคิว ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น, ไม่ต้องใช้เงินสด โดยลูกค้าสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้อย่างรวดเร็วผ่าน Rabbit LINE Pay และ Thai QR Payment และไม่ต้องมีเคาน์เตอร์บริการ ด้วยระบบอัจฉริยะที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลสำคัญต่างๆ ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดาย และที่พิเศษสุด คือการนำระบบ Robotic ชื่อ ลิซ่า หุ่นยนต์อัจฉริยะที่จะมาช่วยให้ข้อมูลพื้นฐานและนำลูกค้าไปยังจุดให้บริการต่างๆ ที่ต้องการ ซึ่งทั้งหมดนี้ ถือเป็นการปฏิวัติกระบวนการทำงานแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า”

บทความก่อนหน้านี้นก สินจัย โพสต์.. ล่องลอยไปไกล ปล่อยไปตามเวรกรรม
บทความถัดไปเหนือชั้นยิ่งนัก! หนุ่ม คงกระพัน เผยถึงหมากเกมนี้ ต้องยอมครับ