กนอ.ชูนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี พร้อมเปิดให้บริการ 100% ในปี’64 คาดดึงดูดเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท จ้างงานไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน

กนอ.ชูนิคมฯอุดรธานี – น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวในโอกาสนำคณะผู้บริหาร กนอ.และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ว่าโครงการตั้งอยู่ที่ตำบลโนนสูง อำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ประมาณ 2,170 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 1,635 ไร่ มูลค่าลงทุนประมาณ​ 1 แสนล้านบาท มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 50% โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภค คาดว่าปี 2564 จะสามารถเปิดให้บริการได้

“หลังเปิดให้บริการครบ 100% เชื่อว่านิคมฯแห่งนี้ จะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในพื้นที่ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 20,000 คน สามารถสร้างรายได้ด้านภาษีอากรให้กับภาครัฐได้ถึงประมาณ 1.5-2 หมื่นล้านบาทต่อปี และคาดจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 1 แสนล้านบาท”ผู้ว่าการ กนอ.กล่าว

อุตสาหกรรมเป้าหมายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยางพาราขั้นปลาย แปรรูปเกษตร ผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะและประกอบรถยนต์ ผลิตวัสดุก่อสร้าง อิเล็กทรอนิกส์ เหล็กขั้นปลาย ศูนย์โลจิสติกส์ เหล็กขั้นปลาย และสนับสนุนการผลิตในพื้นที่

สำหรับการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยเฟส 1 พื้นที่ 1,000 ไร่ ปี 2563-2565 เป็นพื้นที่ขายจริง 700 ไร่ ทั้งอาคารคลังสินค้าให้เช่า การบริการรับและจ่ายตู้คอนเทนเนอร์ ให้บริการเปิดตู้และบรรจุตู้คอนเทนเนอร์สำหรับสินค้านำเข้า-ส่งออกผ่านแดน มีการขออนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรและพร้อมให้ใช้บริการ การให้บริการสถานีขนส่งสินค้า (Tuck Terminal) และการให้บริการขนส่งสินค้าด้วยระบบขนส่งทางรางโดยเชื่อมกับสถานีหนองตะไก้ ที่เหลือประมาณ 300 ไร่ เป็นระบบสาธารณูปโภค

ส่วนเฟส 2 อีก 1,000 ไร่ ปี 2565-2568 จะพัฒนาระบบรางภายในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อเชื่อมต่อกับสถานีหนองอุตสาหกรรมตะไก้ และเป็นผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) อย่างเต็มรูปแบบ มีรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เพียง 14 กิโลเมตร อยู่ห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพประมาณ 2 กิโลเมตร

ทิศใต้อยู่ติดกับทางรถไฟสายกรุงเทพ-หนองคาย มีการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ที่อยู่ห่างชายแดนจากด่านหนองคาย 53 กิโลเมตร สามารถเชื่อมต่อเศรษฐกิจการค้า ขนส่งสินค้า และกระจายสินค้าผ่านไปทางกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และจีนมากขึ้น

นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีมีความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ คือ มีทำเลที่ตั้งอยู่ในโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงทั้งในและนอกประเทศ มีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศเพื่อนบ้านกับจีนตอนใต้ โดยใช้เส้นทาง R12, R9 และ R8 อยู่ในเส้นทางรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย ที่สามารถรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีนตอนใต้ไปยังท่าเรือแหลมฉบังและพื้นที่อีอีซี

นอกจากนี้ มีศูนย์กระจายสินค้าทางรางและศูนย์โลจิสติกส์ในพื้นที่กว่า 400 ไร่ อยู่ติดกับเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-หนองคาย ทั้งยังได้มีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ เช่น การศึกษาท่าเรือบก (Dry Port) จังหวัดอุดรธานี, พัฒนาระบบการเดินรถไฟจากสถานีหนองตะไก้เข้ามายังพื้นที่โครงการ 1.8 กิโลเมตร รวมถึงศึกษาการให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่ผู้ประกอบการในนิคมฯ เทียบเท่ากับผู้ประกอบการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อให้การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี สามารถให้บริการแก่นักลงทุนและจูงใจนักลงทุนให้เข้ามาลงทุน

ด้านนายพิสิษฏ์ พิพัฒน์วิไลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด กล่าวว่าต้องการให้ภาครัฐขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนจังหวัดหนองคายครอบคลุมมาถึงจังหวัดอุดรธานี เพราะมีศักยภาพเรื่องทำเลที่ตั้ง เพื่อให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประกอบกับไทยยังได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจย้ายฐานผลิตเข้ามาในไทยมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้แบ่งที่ดินในเฟสแรกประมาณ​ 100 ไร่​ มาพัฒนาเป็นพื้นที่ของไมโคร​ แฟคทอรี่​ รองรับผู้ประกอบการที่มีความสนใจเช่าหรือซื้อโกดังสำเร็จรูปขนาดเล็ก​ ขนาดกลาง​ เพื่อขยายฐานการผลิตหรือเป็นแหล่งกระจายสินค้าส่งออกไปในภูมิภาคใกล้เคียง​ โดยขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากไต้หวันและสิงคโปร์จำนวนมาก​ เบื้องต้นคาดว่าจะรองรับได้ประมาณ​ 30​ โรงงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน