นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยถึง กรณีที่กรมการค้าภายในได้ออกมาตรการการกำหนดให้ร้านอาหารต้องติดป้ายแสดงค่าบริการ(เซอร์วิสชาร์จ) อย่างชัดเจนว่า ในวันนี้ (20 ต.ค.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะเรียกสมาชิกของสมาคมมาร่วมหารือถึงแนวทางการเรียกค่าเซอร์วิส ชาร์จ เพื่อให้ทราบถึงความชัดเจนถึงวิธีการเรียกเก็บ โดยเฉพาะในเรื่องความจำเป็นว่าร้านอาหารต่างๆ จำเป็นต้องมีการคิดค่าเซอร์วิสชาร์จจริงๆ หรือไม่ เพื่อให้จากนี้จะมีการชี้แจงไปยังผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการ เข้าใจแนวทางการเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้สมาคมเตรียมเสนอให้หน่วยงานภาครัฐ อาทิ สคบ.กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ หามาตรการกำหนดให้ให้ภัตตาคารต่างๆ ที่มีการเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จจากผู้บริโภคจะต้องแบ่งรายได้จากค่าเซอร์วิสชาร์จไปให้กับพนักงานของร้านอย่างชัดเจนในรูปแบบเดียวกันกับธุรกิจโรงแรม ที่พนักงานจะได้รายได้ค่าเซอร์วิสชาร์จจริงๆ เนื่องจากคำนิยามของค่าเซอร์วิสชาร์จ คือ ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียในด้านบริการพิเศษต่างๆ ของร้านโดยเฉพาะการบริการจากพนักงาน ดังนั้นผู้ที่ควรรับรายได้ในส่วนนี้ควรจะเป็นพนักงานต่างๆ ของร้าน ไม่ใช่เจ้าของร้าน
“ที่ผ่านมาไม่มีอะไรพิสูจน์ได้เลยว่า การเก็บค่าเซอร์วิสชาร์จของร้านอาหารต่างๆ นำรายได้ไปแบ่งให้กับพนักงาน ทั้งๆที่จริงแล้วค่าบริการนี้ลูกค้าเสียไปในเรื่องการบริการต่างๆ ของร้าน เช่นพนักงานบริการดีสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ หากหลังจากนี้มีมาตรการออกมาชัดเจนว่าจะต้องแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากเซอร์วิสชาร์จที่เรียกเก็บไปให้พนักงานด้วย โดยอาจจะใช้แนวทางใดแนวทางหนึ่ง เช่นการหักสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ไป ก็จะช่วยให้พนักงานมีขวัญกำลังใจในการทำงาน สร้างการบริการที่ดีให้กับลูกค้าได้ยิ่งขึ้นด้วย”นางฐนิวรรณ กล่าว

นางฐนิวรรณ กล่าวด้วยว่า วันที่ 28 ต.ค.นี้เตรียมประชุมหารือกับสมาชิกของสมาคม ที่มีกว่า 30,000 ราย มาหารือในแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเบื้องต้น สมาคมมีแนวคิดจะผลัดเปลี่ยนให้สมาชิกไปจัดทำอาหารมอบให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายความอาลัยที่บริเวณสนามหลวง แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ในแนวทางที่ทางสำนักพระราชวังและสำนักนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ รวมถึง จะต้องไม่ใช่วันปกติที่มีหน่วยงานและประชาชนต่างๆ นำอาหารน้ำดื่มมาแจกจ่ายเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่จะเน้นในวันที่มีพระราชพิธีและคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาหลักแสนคนขึ้นไปแทน
ด้านนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมจะมีการแบ่งรายได้จากค่าเซอร์วิสชาร์จของโรงแรมออกเป็น 3 รูปแบบ คือ โรงแรมจะนำรายได้จากค่าเซอร์วิสชาร์จทั้งหมดมาให้กับพนักงาน,โรงแรมจะหักรายได้จากค่าเซอร์วิสชาร์จไว้จำนวนหนึ่งและนำไปให้กับพนักงานอีกส่วนหนึ่ง,โรงแรมจะกำหนดรายได้ของค่าเซอร์วิสชาร์จให้กับพนักงานให้เป็นรายได้คงที่จะต้องได้ในทุกๆเดือนพร้อมกับเงินเดือนพนักงาน ทั้งนี้รายได้จากค่าเซอร์วิสชาร์จนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะหากโรงแรมใดมีการบริหารจัดการเรื่องนี้ไม่ดี พนักงานอาจจะโยกย้ายไปทำงานกับโรงแรมที่มีสวัสดิการด้านเซอร์วิสชาร์จที่ดีกว่าได้ เนื่องจากปัจจุบันการซื้อตัวพนักงานบริการด้านการท่องเที่ยวถือว่ามีสูงมาก เพราะถือเป็นกลุ่มแรงงานที่ขาดแคลน