นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ 10 สมาคมโรงแรมไทยจากทุกภาค ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และสำเนาส่งให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของภาคธุรกิจโรงแรม เนื่องจากธุรกิจโรงแรมยังไม่สามารถพลิกฟื้นเนื่องมาจากการขาดรายได้ ขาดทุนระยะยาว และยังคงต้องแบกภาระหนี้ที่เกิดจากวิกฤตโควิด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทย ในฐานะเป็นตัวแทนของภาคธุรกิจโรงแรม ขอให้รัฐบาลช่วยพิจารณาแก้ปัญหาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ จนกว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ
ประกอบด้วย 1. ขอให้ลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี 2565 และปี 2566 ประมาณ 90% (เหมือนปี 2564) สำหรับภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม 2. ขอให้ยกเว้น เบี้ยปรับแก่ผู้ที่ได้ค้างชำระการจ่ายภาษีโรงเรือนตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ปี 2475 และ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2562 โดยละเว้นให้จนถึงปี 2565 นี้ 3. ขอให้อนุญาตให้มีการขยายเวลาชำระภาษี ที่เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ปี 2475 และ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2562 ที่เรียกเก็บในปี 2565 และปี 2566 โดยจะต้องผ่อนชำระให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2567 โดยไม่คิดเบี้ยปรับ
“โรงแรมเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสินทรัพย์สูงหากเปรียบเทียบกับธุรกิจอื่น โรงแรมยังคงมีรายได้ต่อปีน้อยกว่ามูลค่าทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก หากมีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 100% โดยไม่ได้นำการขาดรายได้ของธุรกิจโรงแรมมาร่วมพิจารณา จะทำให้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ ทำให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง และยังคงอยู่ในสภาวะขาดทุนอาจนำไปสู่การเลิกจ้างและเลิกกิจการได้”นางมาริสา กล่าว