นายซาแฟร์ อัสทูเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังการร่วมทุนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ระหว่าง อาร์เซลิก ประเทศตุรกี กับ ฮิตาชิ โกลบอล ไลฟ์ โซลูชั่น ประเทศญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายก้าวเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ และขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชั้นนำระดับโลก โดยใช้ไทยเป็นสำนักงานใหญ่ และเป็นฐานการผลิตสำคัญเพื่อส่งออก และเพื่อตอกย้ำชื่อเสียงระดับโลกของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ฮิตาชิ ซึ่งปัจจุบันมีการส่งออกผลิตภัณฑ์แบรนด์ฮิตาชิที่ผลิตในประเทศไทยไปกว่า 65 ประเทศทั่วโลก และมากกว่า 50% ของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าฮิตาชิที่ใช้กันในครัวเรือนตามประเทศต่างๆ ผลิตขึ้นที่ฐานผลิตในประเทศไทย

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ฮิตาชิ เป็นที่รู้จักในตลาดโลกแล้ว และจากนี้ไปจะมีการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในกลุ่มใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบและพัฒนา โดยมั่นใจว่ากลางปี 2566 จะมีความพร้อมในการทำตลาดแน่นอน

“ถ้าไม่นับประเทศญี่ปุ่น ถือว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่บริษัทให้ความสำคัญในการทำตลาด แม้ว่าในระยะสั้นแนวโน้มกำลังซื้อยังถูกดดันจากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ยังเติบโตน้อย เนื่องจากพึ่งพารายได้หลักจากการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ดี ในฐานะนักลงทุน บริษัทมองในระยะยาว 30 ปี ถือว่าไทยเป็นประเทศที่มีอนาคต เนื่องจกมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย แรงงานที่มีทักษะ มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ทำให้มีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพดี ประกอบกับในแง่การลงทุน ซึ่งไทยมีสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน ทำให้บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย”

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะทยอยเข้ามาทำตลาด อาทิ ตู้เย็นมัลติ-ดอร์ ไซซ์ใหญ่แบบพรีเมียม เครื่องซักผ้าฝาหน้า และเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เป็นต้น นอกจากนี้ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตของอาร์เซลิก รวมทั้งกำลังการผลิตในประเทศไทยของฮิตาชิ ทำให้บริษัทเตรียมเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของฮิตาชิด้วยหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ เครื่องล้างจาน เครื่องอบผ้า เครื่องชงกาแฟ เป็นต้น

โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าฝาหน้าและเครื่องซักอบผ้าที่บริษัทเพิ่งเปิดตัวใหม่ เริ่มเป็นที่สนใจในกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วยคุณสมบัติและเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง ออโตโดส หรือระบบจ่ายน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มอัตโนมัติ เอไอวอช หรือระบบการซักอัจฉริยะ ระบบรีดด้วยลมร้อน และระบบสั่งการผ่านอินเตอร์เน็ต (IoT) จุดแข็งเหล่านี้จะช่วยขยายฐานลูกค้าและช่วยเพิ่มยอดขายของแบรนด์ในทุกประเทศทั่วโลก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน