ถกเครียด! รีดกำไรโรงกลั่น ถึง 5 ทุ่มไม่จบ บีบทางเลือกเหลือ 2-3 แนวทาง ยังไร้คำตอบจบเมื่อไหร่
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการขอความร่วมมือ 6โรงกลั่นน้ำมัน นำกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาพลังงาน ว่า คณะทำงานเจรจาแบ่งเป็นหลายกลุ่ม โดยวานนี้(29 มิ.ย.2565) มีการหารือกันในช่วงเย็น เนื่องจากคณะทำงานฯ บางส่วนต้องมีการประชุมชี้แจงงบประมาณกระทรวงพลังงานต่อคณะกรรมาธิการด้านพลังงาน ที่รัฐสภา จึงเริ่มประชุมเจรจากันตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00 น. จนถึง 23.00 น. แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และทำให้ต้องมีการเจรจากันต่อในช่วงเช้าวันนี้ (30 มิ.ย.2565) อ่านข่าว : 6โรงกลั่นพร้อมช่วย กองทุนน้ำมัน รอตีความกม.-ออกกติกาชัดเจน ชี้ก.ค.นี้ไม่ทัน
ด้านนายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าขณะนี้คณะทำงานเจรจาขอความร่วมมือนำส่งกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน อยู่ระหว่างประสานการหารือรายละเอียดแนวทางดังกล่าวหลายประเด็น ซึ่งล่าสุดมีรูปแบบความร่วมมือให้เลือก 2-3 แนวทาง ที่จะสามารถปฏิบัติได้ แต่น่าจะมีความชัดเจนขึ้นเร็วๆ นี้
โดยเรื่องนี้เข้าใจและเห็นใจ ต้องดูแลทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลายภาคส่วน เพราะราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจริง จึงมีการพิจารณารายละเอียดหลายประเด็น ขณะเดียวกันโรงกลั่นที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ซึ่งมีผู้ถือหุ้นที่บริษัทก็ต้องดูแล เพราะฉะนั้นทางออกต้องยอมรับกันได้ ต้องใช้เวลาพิจารณาหารือกันสักระยะหนึ่งระหว่างภาครัฐและโรงกลั่น สุดท้ายข้อสรุปจะเป็นอย่างไร ต้องแจ้งผู้ถือหุ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทางเลือกนั้นเป็นข้อยุติ
“จากนี้ไปอีก 6 เดือน ผลประกอบการของบริษัทจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ ซึ่งยอมรับว่าขณะนี้เป็นภาวะยากลำบากที่รอไม่ได้ แต่ข้อกังขาที่หลายฝ่ายระบุว่าโรงกลั่นมีกำไรเยอะแยะ ก็มีคำถามว่าจริงหรือไม่ และมีกำไรทุกโรงหรือไม่ เพราะโรงกลั่นแต่ละแห่งมีลักษณะโครงสร้างทางธุรกิจและการบริหารจัดการไม่เหมือนกัน ดังนั้นการใช้กฎข้อเดียวกับทุกโรงกลั่น ก็จะมีผลกระทบไม่เท่ากัน เรื่องนี้มีรายละเอียดมาก สิ่งที่อยากได้มากที่สุดคือแนวทางปฏิบัติออกมาเป็นข้อตกลงเดียวกันและใช้ได้กับทุกโรงกลั่น ซึ่งก็คงจะลำบาก”
นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า บางบริษัทดำเนินธุรกิจโรงกลั่นเท่านั้น แต่บางบริษัทก็มีธุรกิจปิโตรเคมีด้วยเป็นการกระจายเสี่ยงทางธุรกิจ ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาโรงกลั่นที่มีธุรกิจปิโตรเคมีผลประกอบการดีมาก ขณะที่ธุรกิจการกลั่นแย่มาก ผลประกอบการจึงออกมาเฉลี่ยกัน แต่ปีนี้ธุรกิจการกลั่นออกมาดี ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีไม่ฟื้นเลย ในส่วนของประชาชนก็ประสบภาวะราคาสินค้าข้าวของแพง ต้นทุนสูงขึ้น ประเทศจีนล็อกดาวน์เมืองท่าสำคัญ ทำให้เกิดภาวะช็อกไปหมด ภาพรวมบริษัทก็อาจจะถัวเฉลี่ยกันไปเหมือนปีก่อน การมีกำไรสูงในช่วงครึ่งปีแรกยังไม่สามารถวัดผลประกอบการปีนี้ได้