นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2563-2566 ความเชื่อในศาสตร์เร้นลับ การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพื่อเสริมดวงและโชคชะตาในไทยกำลังได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ผู้นับถือศาสตร์มูเตลู เชื่อว่าการบูชาและศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลังจะช่วยส่งเสริมด้านการงาน การเงิน โชคลาภ ความรัก ช่วยบรรเทาความกังวลและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน มีปัจจัยที่ไม่อาจคาดการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น โรคอุบัติใหม่ โรคระบาด ทำให้ภาคธุรกิจใช้โอกาสนำความเชื่อในมูเตลูมาใช้สร้างรายได้และผลกำไรในธุรกิจให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ธุรกิจ มีการปรับตัวนำศาสตร์แห่งความเชื่อมาใช้วางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์ และประชาสัมพันธ์สินค้าบริการ โดยจัดแคมเปญให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกช่วงอายุมากขึ้น รวมทั้ง ใช้ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Influencers) หรือผู้มีชื่อเสียงมาสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างประสบการณ์ร่วมด้านอารมณ์ความรู้สึกกับลูกค้า ส่งผลให้ธุรกิจกิจกรรมด้านความเชื่อเพื่อสนับสนุนการตลาด มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

“ปี 2563-2565 ธุรกิจกิจกรรมด้านความเชื่อเพื่อสนับสนุนการตลาดมีอัตราการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้น ปี 2563 จดทะเบียนจัดตั้ง 11 ราย ทุนจดทะเบียน 7.59 ล้านบาท ปี 2564 จัดตั้ง 20 ราย เพิ่มขึ้น 9 ราย หรือ 81.8% ทุน 13.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.82 ล้านบาท หรือ 76.7% ปี 2565 จัดตั้ง 24 ราย เพิ่มขึ้น 4 ราย หรือ 20% ทุน 27.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.04 ล้านบาท หรือ 104.7%
ผลประกอบการธุรกิจ โดยรายได้รวมของธุรกิจ ปี 2562 อยู่ที่ 24.28 ล้านบาท สินทรัพย์ 49.54 ล้านบาท กำไร 1.12 ล้านบาท ปี 2563 รายได้รวม 28.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.48 ล้านบาท หรือ 18.5% สินทรัพย์ 47.31 ล้านบาท ลดลง 2.23 ล้านบาท หรือ 4.5% กำไร 1.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.40 ล้านบาท หรือ 35.7%

และ ปี 2564 รายได้รวม 61.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.52 ล้านบาท หรือ 113.1% สินทรัพย์ 71.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.76 ล้านบาท หรือ 50.22% ขาดทุน 1.86 ล้านบาท ลดลง 3.38 ล้านบาท หรือ 222.4% ทั้งนี้ ปี 2564 มีรายได้รวมและสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากปี 2563 แต่มีผลประกอบการขาดทุน แสดงถึงแนวโน้มของธุรกิจอยู่ในช่วงขยายการลงทุนรองรับการเติบโตหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 คลี่คลายลง

การลงทุนในธุรกิจส่วนใหญ่เป็นคนไทย มูลค่าการลงทุน 98.55 ล้านบาท คิดเป็น 96.64 %ของการลงทุนในธุรกิจทั้งหมด และมีการลงทุนจากต่างชาติ 2 สัญชาติ คือ จีน มูลค่า 2.45 ล้านบาท คิดเป็น 2.40% และ ฝรั่งเศส มูลค่า 0.98 ล้านบาท คิดเป็น 0.96%

ปัจจุบัน ธุรกิจกิจกรรมด้านความเชื่อเพื่อสนับสนุนการตลาดที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย ณ วันที่ 31 ม.ค. 2566 มีจำนวน 93 ราย คิดเป็น 0.01% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ 857,511 ราย และมีมูลค่าทุน 101.98 ล้านบาท คิดเป็น 0.0005% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทย 21.36 ล้านล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 46 ราย คิดเป็น 49.46% ทุนจดทะเบียน 60.33 ล้านบาท คิดเป็น 59.16% รองลงมา คือ ภาคกลาง 22 ราย คิดเป็น 23.66 ทุน 17.41 ล้านบาท คิดเป็น 17.07% ภาคตะวันออก 6 ราย คิดเป็น 6.45% ทุน 5.90 ล้านบาท คิดเป็น 5.79% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 ราย คิดเป็น 6.45% ทุน 5.55 ล้านบาท คิดเป็น 5.44% ภาคเหนือ 5 ราย คิดเป็น 5.38% ทุน 1.29 ล้านบาท คิดเป็น 1.26% ภาคใต้ 55 ราย คิดเป็น 5.38% ทุน 9.40 ล้านบาท คิดเป็น 9.22% และ ภาคตะวันตก 3 ราย คิดเป็น 3.22% ทุน 2.10 ล้านบาทคิดเป็น 2.06%

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจพบว่าข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อด้านโชคลางของคนไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1 การพยากรณ์ (รายวัน รายเดือน รายสัปดาห์) โหราศาสตร์ ลายมือ ไพ่ยิบซี 2 พระเครื่องวัตถุมงคล 3 สีมงคล 4 ตัวเลขมงคล และ 5 เรื่องเหนือธรรมชาติ ส่วนช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและเนื้อหาด้านความเชื่อโชคลาง ส่วนใหญ่ผ่านช่องทาง โซเชี่ยลมีเดียและเว็บไซต์ รองลงมา คือ บุคคลรอบข้าง และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ ตามลำดับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน