“ดีอี” สั่ง สคส.ทำงานเชิงรุกสกัดข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ถอดแบบจากอังกฤษ หลังเปิดศูนย์เฝ้าระวังการรั่วไหลของข้อมูล ลดลงกว่า 30%

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Key Global Trends in Data Privacy” ในงานเสวนาสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับนานาชาติ “PDPA International Conference 2024 : Key Global Trends in Data Privacy

ว่า กระทรวงดีอี ตระหนักถึงความสำคัญของการละเมิดข้อมูลส่วนตัวเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ทำงานในเชิงรุก เพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชน เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนตัวที่เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่า

“เรื่องของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราได้กำหนดแนวทาง และมาตรการยกระดับการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ โดยให้สคส. ดำเนินการแบบเชิงรุก ให้ความรู้ ป้องกัน ระวัง เข้าใจ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชนทั่วไป หน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจที่จัดเก็บดูแลข้อมูล”

พร้อมกันนี้ การให้บริการสอบถาม ขอคำปรึกษา ร้องทุกข์ต่างๆ ในทุกๆ ช่องทาง โดยมีฟอร์มเวิร์คต่างๆ ถอดแบบมาจากประเทศอังกฤษ และซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับระดับสากล รวมทั้งกฎหมาย PDPA ที่ถอดแบบมาจากกฎหมายต้นแบบอย่างกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของยุโรป

อย่างไรก็ดีนับตั้งแต่ กระทรวงดีอี เปิดศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล PDPC Eagle Eye ซึ่งจากสถิติการทำงานของ PDPC Eagle Eye ตั้งแต่เดือนพ.ย.66 จนถึงสิ้นเดือนพ.ค.67 ได้ทำการตรวจสอบ ติดตามเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนให้แก้ไขการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล จากเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ กว่า 26,000 หน่วย พบว่ามีกรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนลดลงจาก 31.4% ในช่วงเดือนพ.ย.66 เหลือ 1.2% ในช่วงเดือนพ.ค.67

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน