น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องยอมรับว่าอัตราผลตอบแทนการลงทุนของศูนย์การค้าต่อศูนย์ลดลงเหลือ 7-12%ต่อการลงทุน จากเมื่อ 4 ปีที่แล้วอยู่ที่ 12-16% ในขณะที่การคืนทุนมีระยะเวลานานขึ้น จาก 5-6 ปี เพิ่มเป็น 6-10% เป็นผลมาจากภาพรวมของตลาดเปลี่ยนแปลงไป การแข่งขันที่สูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่เติบโตดี รวมทั้งประเทศไทยต้องปรับนโยบายหลายๆ เรื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนต่อเนื่องด้วย โดยเฉพาะนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมที่ยังสูงถึง 30-70%
อยากให้ภาครัฐเห็นถึงความสำคัญของการลงทุนศูนย์การค้าในภาคธุรกิจค้าปลีก ซึ่งต่อปีลงทุนเฉลี่ย 1 แสนล้านบาท และศูนย์การค้าเองยังกำหนดทิศทางให้สอดรับกับนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของประเทศมากขึ้น โดยที่ผ่านมาสมาคมได้พยายามผลักดันนโยบายลดภาษีสินค้านำเข้าให้เกิดขึ้น และความคืบหน้าได้เข้าพบและเสนอนโยบายต่อหน่วยงานรัฐ ทั้ง กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงท่องเที่ยว ที่ยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพราะหากสามารถดำเนินการลดภาษีสินค้านำเข้าได้ จะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยสินค้ามากขึ้น

วัลยา จิราธิวัฒน์
“ตัวเลขการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวล่าสุดเป็นมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท โดยใช้จ่ายเฉลี่ย 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และแบ่งเป็นการช็อปปิ้ง 1,500 บาท ซึ่งหากนโยบายลดภาษีสินค้านำเข้าสามารถดำเนินการได้จะช่วยให้เกิดเม็ดเงินลงทุนเพิ่มประมาณ 30,000 ล้านบาท ตลอดจนยังช่วยให้คนไทยทึ่เคยไปช็อปปิ้งในต่างประเทศที่มีมูลค่าถึง 51,000 ล้านบาท หันมาซื้อสินค้าในประเทศมากขึ้นและผลักดันเงินกว่า 25,000 ล้านบาทเข้าประเทศ ที่สำคัญการลดภาษีจะเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยในการแข่งขันบนเวทีการค้าระดับภูมิภาคได้ดีขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการช็อปปิ้งและท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในอาเซียน”นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย กล่าว
น.ส.วัลยา กล่าวอีกว่า สำหรับตัวเลขเม็ดเงินลงทุนในปี 2559-2560 ของสมาชิกสมาคมรวม 12 บริษัทอยู่ที่ 70,000 ล้านบาท เป็นทั้งโครงการศูนย์การค้าใหม่ และการปรับปรุงศูนย์การค้าเดิม อาทิ เซ็นทรัล มหาชัย, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ภูเก็ต, ดิ ไอคอนสยาม, เทอร์มินัล โคราช, เทอร์มินัล พัทยา และเดอะมอลล์ โคราช ซึ่งจะทำให้ตัวเลขพื้นที่ศูนย์การค้าเพิ่มเป็น 8 ล้านตร.ม. จำนวนศูนย์การค้า 94 แห่ง จากปัจจุบันมีพื้นที่อยู่ 7.6 ล้านตร.ม. จำนวน 91 แห่ง ซึ่งคิดเป็น 42% ของพื้นที่ศูนย์การค้ารวมทั่วประเทศที่มีอยู่ 18 ล้านตร.ม. อย่างไรก็ดีการเติบโตของธุรกิจศูนย์การค้าในปีนี้น่าจะประมาณ 4-5% เป็นการเติบโตในแง่รายได้ และหากรวมศูนย์การค้าใหม่จะเติบโต 10%