นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาส 3 ปี 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลในประเทศปรับสูงขึ้น ขณะที่ อัตราค่าจ้าง อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับสูง

นอกจากนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออกและการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยังขยายตัวดีขึ้น ทำให้ความต้องการและปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น สำหรับผลกระทบจากอุทกภัยที่ส่งผลต่อการคมนาคมขนส่งในหลายพื้นที่ ยังไม่ส่งผลต่อค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนอย่างชัดเจน ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

โดยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาส 3 ปี 2567 เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นของค่าบริการขนส่งในทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 2.7% อาทิ ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์โลหะประดิษฐ์ สิ่งทอ อุปกรณ์ไฟฟ้า เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ตามด้วยหมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง 0.9% อาทิ ถ่านหินและลิกไนต์ ปิโตรเลียมดิบและก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะ และหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง 0.8% อาทิกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

ทั้งนี้ หากแบ่งตามประเภทรถดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนพบว่า เพิ่มขึ้น 1.0% ประเภทรถที่ดัชนีค่าบริการขนส่งเพิ่มขึ้น อาทิ รถตู้บรรทุก 2.1% รถบรรทุกเฉพาะกิจ 1.9% รถบรรทุกวัสดุอันตราย 1.8% รถกระบะบรรทุก 1.3% และรถบรรทุกของเหลว 0.7% ส่วนรถพ่วง ปรับลดลง 0.1% ส่วนดัชนีราคาค่าบริการขนส่งรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาวไม่เปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ปัจจุบันต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับค่าบริการให้สูงขึ้น เพื่อให้กิจการเดินต่อไปได้

นายพูนพงษ์ กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาส 4 ปี 2567 คาดว่า จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าผู้ประกอบการได้ทยอยปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนมาบ้างแล้วในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังมีปัจจัยหนุนสำคัญ อาทิ ราคาน้ำมันดีเซล อัตราค่าจ้าง และอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่ยังอยู่ระดับสูง, ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว, ผลกระทบจากอุทกภัย

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญกับปัญหาการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติ และกระทบไปถึงการประกอบธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งปัญหาดังกล่าวสร้างความเสียหายค่อนข้างมากให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ประกอบกับต้นทุนในการประกอบธุรกิจทรงตัวในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจของไทยเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป กระทรวงพาณิชย์ ได้ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี โดยเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบการสวมสิทธิ์ การถือหุ้น และการจดทะเบียนนิติบุคคลอย่างเข้มงวด การเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการการประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน