รมว.นฤมล เผย มกอช. มีมติยกเลิกนำเข้าเมล็ดถั่วลิสงแห้งดิบไม่ได้มาตรฐานจากอินเดีย พร้อมสร้างความมั่นใจในคุณภาพรังนกบ้าน ดันส่งออกเพิ่ม สร้างรายได้เกษตรกร
วันที่ 27 ก.พ. 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกอช.) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ยกเลิกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การนำเข้าเมล็ดถั่วลิสงแห้งดิบหรือเมล็ดถั่วลิสงกะเทาะเปลือกจากสาธารณรัฐอินเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคในประเทศมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล
อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้ายังสามารถนำเข้าเมล็ดถั่วลิสงจากสาธารณรัฐอินเดียได้ โดยใช้ใบรับรองมาตรฐานบังคับ (มกษ. 4702-2557) หรือมาตรฐานสากล เช่น GHP, HACCP และ ISO 22000 และใบรายงานผลวิเคราะห์ ทดแทนการใช้ใบรับรองการส่งออก (Certification of Export) ภายใต้การกำกับดูแลของ Agricultural and Processed Food Products Export Development Authority (APEDA) จากสาธารณรัฐอินเดีย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตรและประกาศเป็นมาตรฐานทั่วไปของประเทศ ได้แก่ 1.จิ้งหรีดแห้ง 2.จิ้งหรีดแช่แข็ง 3.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับบ้านนกแอ่นกินรัง 4.การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค ความปลอดภัยด้านอาหาร สุขภาพ และสวัสดิภาพสัตว์ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ-สังคม และ 5.แนวปฏิบัติในการใช้มาตรฐานสินค้าเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร
“ดิฉันได้เน้นย้ำการดูแลมาตรฐานสินค้าเกษตรอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการทำรังนกส่งออก ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการจากประเทศจีนต้องการนำเข้ารังนกถ้ำมากกว่ารังนกบ้าน เนื่องจากเป็นรังนกคุณภาพสูง และเป็นที่ต้องการของตลาด หากประเทศไทยสามารถจัดการมาตรฐานรังนกบ้านให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในคุณภาพสินค้าอาจช่วยให้มีการส่งออกเพิ่มมากขึ้น” ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และกรมวิชาการเกษตร ร่วมมือกันตรวจสอบผู้ประเมินของหน่วยรับรองสถานประกอบการ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาด้านคุณภาพสินค้าให้การรับรองเป็นไปตามมาตรฐานสากล และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ประเมินได้ ซึ่งจะช่วยให้คู่ค้ามีความมั่นใจในสินค้าเกษตรไทยมากยิ่งขึ้น