ภาพการยืนแถลงข่าวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมกับบรรดาหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา สะท้อนจุดยืนแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหนึ่งเดียวชัดเจนว่าพร้อมผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ประกอบธุรกิจสถานบันเทิง ครบวงจร หรือ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” ที่ไม่ใช่ “กาสิโน” ให้เดินหน้า และใช้นโยบายเรือธงในการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

เดิมรัฐบาลตั้งเป้าเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระแรกในวันที่ 9 เม.ย.2568 แต่เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาหลายเรื่อง ทั้งความเสียหายและการสูญเสียของผู้คนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 ประกอบกับผลพวงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีตอบโต้สินค้าไทย เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา

ทำให้รัฐบาลโดยการนำของนางสาวแพทองธาร ต้องออกมาประกาศพร้อมพรรคร่วมว่าต้องเลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกไปก่อน เพราะมีเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาและเยียวยาผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว และหาทางออกให้กับปัญหา การถูกขึ้นกำแพงภาษีสินค้าไทย แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ถอนกฎหมายฉบับดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นเรื่องของปากท้องของประชาชน รวมทั้งเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ

เจ้าภาพหลักอย่างกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์กับเครือมติชนว่า นายกรัฐมนตรี ได้หารือในระหว่างการประชุม ครม. ว่า ขณะนี้ความเชื่อมั่นของสังคมรู้สึกอ่อนไหว ห่วงใยหลายประเด็น ยอมรับว่าจังหวะเวลาที่ประเด็นต่างๆ เข้ามาทั้งเรื่องแผ่นดินไหว ตึกถล่มจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเป็นเรื่องเฉพาะหน้า ที่ต้องเร่งค้นหาผู้สูญหาย รวมถึงมาตรการเยียวยาที่มีข้อเสนอจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรุงเทพมหานครฯ ไปยังกรมบัญชีกลางให้ปรับเกณฑ์บางอย่างเกี่ยวกับการเยียวยากรณีบ้านพักที่อยู่อาศัยพังเสียหายให้เท่าทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดมากขึ้น

ส่วนกรณีสหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐเพิ่มขึ้น กระทบทั้งประเทศไทย และโลก ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลได้เตรียมการมาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐ ตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา มีนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นคณะที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างหามาตรการรองรับ มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะเป็นผู้นำคณะของไทยเดินทางไปเจรจากับสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้

รายงานพิเศษ - เลื่อน!แต่ไม่ล้มเอ็นเตอร์เทนฯ รัฐรอเวลาเหมาะสมเข้าสภาฯรอบใหม่

ดังนั้นร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ จึงไม่ใช่กฎหมายที่เร่งด่วนแบบคอขาดบาดตาย รัฐบาลจึงลำดับความสำคัญเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนมาก่อนแต่ทุกพรรคร่วมรัฐบาลยังเห็นพ้องตรงกันที่จะสนับสนุนเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาฯ ในครั้งถัดไป ซึ่งจะมีการเปิดประชุมช่วง 3 ก.ค.2568

ระหว่างนี้รัฐบาลจะใช้โอกาสและเวลา 3 เดือนในช่วงปิดประชุมสภาฯ เปิดรับฟังความคิดเห็น และเร่งสื่อสารชี้แจงทำความเข้าใจว่า “เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” ไม่ใช่ “กาสิโน” ให้กับภาคประชาชนและภาคประชาสังคมได้เข้าใจ ว่าโครงการจะมีพื้นที่เป็นกาสิโนในสัดส่วนไม่เกิน 10% และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการคือเป็นโครงการลงทุนที่จะช่วยปรับโครงสร้างภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว เป็นเรื่องของการสร้าง Tourist Man Made Destination ถือเป็นการพลิกโฉมการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่

เพราะรัฐบาลรู้ดีว่าการดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นปีละ 3-5 แสนคน ยากลำบากขึ้นทุกวัน มาตรการที่ใช้ ลดหย่อนผ่อนปรนค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ฟรีวีซ่าที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีจะทำต่อได้อีกกี่ครั้ง เพราะไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติมายาวนาน จนถึงจุดเริ่มอิ่มตัว

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไทยติดหล่มการเติบโตทางเศรษฐกิจมานาน โดยปีละไม่เกิน 2% ถึงเวลาที่ประเทศต้องสร้างตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์สามารถตอบโจทย์

งานนี้จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่า โดยเฉพาะกลุ่มคนที่คิดต่าง ต้องนำเหตุและผลมาคุยกัน แล้วดูว่าอะไรที่พอจะปรับหรือถอยคนละก้าวได้หรือไม่ เพื่อให้กฎหมายที่ออกมาอยู่ในจุดที่พอรับได้ ขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ ภายใต้พ.ร.บ.ที่มีกลไกเป็นขั้นเป็นตอน ถูกต้องโปร่งใสตามที่กฎหมายกำหนด

หาก พ.ร.บ.แล้วเสร็จ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การจัดตั้งสำนักงาน ตั้งคณะกรรมการระดับนโยบาย และระดับควบคุมกำกับ ก่อนเริ่มโครงการจะต้องจัดจ้างบริษัทเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือเข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ว่าควรตั้งที่ไหน กี่แห่ง แต่ละพื้นที่ควรมีความแตกต่างกันอย่างไร มีเม็ดเงินเข้าสู่รัฐและตกเข้าสู่มือประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากน้อยเพียงใด ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้

จากนั้นจึงเปิดประมูล ให้เอกชนเข้ามาแข่งขันกันเสนอราคา และข้อเสนอใครตอบโจทย์มากที่สุดจะได้รับเลือก ขณะเดียวกันต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ ควบคู่ไปด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม การสร้างสมดุลกับชุมชนท้องถิ่น

“การออกเงื่อนไขประกวดราคา (ทีโออาร์) ต้องทำด้วยความโปร่งใส เอกชนจะเสนอราคาและยื่นข้อเสนอแข่งกันว่าใครสามารถทำได้อย่างที่รัฐต้องการ เช่น พื้นที่นี้อยากได้สนามกีฬา พื้นที่นี้ต้องการดิสนีย์แลนด์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นต้น ก็ต้องมาวัดกันด้วยความโปร่งใส ไม่งุบงิบลึกลับซับซ้อน เพื่อให้ได้ผู้ชนะที่เหมาะสม เกิดประโยชน์ตามที่รัฐบาลวางแผนไว้ ยืนยันว่าจะไม่เกิดปัญหาการล็อกสเป๊ก เพราะจะเป็นการเปิดประมูลภายใต้พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง”

นอกจากนี้ ยังมีระบบการทำความรู้จักกับลูกค้าขั้นสูง (Know Your Customer:KYC) มาตรการคุ้มครองผู้เล่นด้วยระบบกันตัวเอง (Self-exclusion) เป็นกลไกกำกับควบคุมการจำกัดกลุ่มผู้เล่น ตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ที่ห้ามข้าราชการ นักการเมืองเข้าในพื้นที่ เป็นต้น ทำให้ไม่สามารถหลบเลี่ยงหลบซ่อนสายตาไปได้

หากรัฐบาลทำสำเร็จ อัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5-10% เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท/หัว

อีก 3 เดือน คงไม่นานเกินรอ ที่โครงการจะเริ่มเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน