SCBX ชงรัฐ สนับสนุนพัฒนานวัตกรรม AI อย่างจริงจัง ปูพื้นฐานคนไทยเข้าใจการใช้ AI อย่างทั่วถึง ผลักดันไทยเป็น ‘AI First Country’
นายอารักษ์ สุธีวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เปิดเผยในงานสัมมนา “PRACHACHAT EXCLUSIVE FORUM 2025 คน…พลิกวิกฤต” ภายใต้หัวข้อ “คน : DATA : AI” ว่า การที่ เอสซีบี เอกซ์ นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ เป็นเหมือนวิวัฒนาการอย่างหนึ่ง เริ่มจาก Digital First Banking และเมื่อทุกอย่างเป็นระบบดิจิทัล ที่มีความตั้งใจนำนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ หากในอนาคตจะเป็น AI First Organization หมายถึงว่า 75% ของธุรกิจต้องนำ AI เข้ามาช่วย และถูกอำนวยความสะดวกด้วย AI
“ผมยังมีความคาดหวังว่า 100% ของพนักงานเอสซีบี เอกซ์ ต้องมีความรู้ขั้นพื้นฐานในการใช้ AI อย่างถูกต้องและปลอดภัย เข้าถึงอุปกรณ์ AI ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การบันทึกเสียงการนำเสนอข้อมูลแก่ลูกค้า ว่าจะให้ข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านการใช้เครื่องมือ AI อย่างเหมาะสมกับบริบทงาน ซึ่งหลังจากที่ได้ใช้งาน AI พบว่าโชคดีที่ได้ทำ เนื่องจากการทำงานนำเสนอข้อมูลได้ครบถ้วนมากขึ้น”
นอกจากนี้ หลังจากที่เอสซีบี เอกซ์ ได้ใบอนุญาต Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขา ก็มีแนวความคิดที่ต้องการให้เป็น AI เนทีฟ ซึ่งแปลว่ากระบวนการทำงานทุกอย่าง จะต้องคิดว่าจะใช้ AI เข้ามาใช้อย่างไรตั้งแต่แรก ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้ลดต้นทุนในการใช้บริการที่ดีขึ้น รวมถึงยังสนับสนุนบริษัทขนาดเล็กใช้เทคโนโลยี เชื่อว่าจะทำได้ดีกว่าบริษัทใหญ่และจะเป็นตัวสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้ โดยการใช้ AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น คนเป็นเรื่องหลักในการเปลี่ยนและสั่งการ ดังนั้นเราจะต้องเปลี่ยนมาเป็นผู้ตั้งคำถาม สั่งการ เปลี่ยนมุมมองเพื่อสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอารักษ์ กล่าวว่า ดังนั้นตนจึงมีข้อเสนอว่ารัฐควรเร่งเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น “AI First Country” หมายถึงภาครัฐควรสนับสนุนพัฒนานวัตกรรมการใช้ AI อย่างจริงจังทั้งในภาคธุรกิจและภาครัฐ พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงความรู้ด้าน AI ได้อย่างทั่วถึงและเป็นระบบ ซึ่งปัจจุบันงบประมาณที่ใช้ในการลงทุนพัฒนานวัตกรรมและวิจัย เทียบกับ จีดีพีไม่ถึง 1-2% ซึ่งอาจจะยังไม่ได้มีการสนับสนุนที่เพียงพอ จึงอยากให้ภาครัฐสนับสนุนมากขึ้น
“ถ้าทุกคนในประเทศมีพื้นฐาน AI เหมือนกัน จะเป็นฐานสำคัญให้ไทยเดินหน้าได้เร็วในอนาคต หน่วยงานรัฐควรเร่งส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน AI ให้ประชาชนในทุกระดับ เช่น การจัดทำหลักสูตร AI เบื้องต้น การอบรมแรงงานให้สามารถใช้งาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และการเปิดแพลตฟอร์มความรู้ให้เข้าถึงได้ง่าย ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการใช้เทคโนโลยี อีกทั้งยังควรสนับสนุนการพัฒนาโมเดลภาษาไทย เพื่อใช้ในระบบ AI โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย เช่น การออกทุนวิจัย การเปิดพื้นที่ทดลองใช้ในหน่วยงานรัฐ หรือการสร้างมาตรฐานกลางสำหรับระบบ AI ภาษาไทย ช่วยเร่งการพัฒนาและนำไปใช้งานจริงได้รวดเร็วขึ้น”
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐควรลงทุนในระบบที่เอื้อต่อการใช้ AI เช่น การจัดเก็บข้อมูลแบบเปิด (Open Data) ระบบคลาวด์ภาครัฐ และระบบเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงาน ช่วยให้ข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในปัจจุบันสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง ขณะเดียวกัน เสนอให้ภาครัฐทบทวนกฎหมายและแนวทางกำกับดูแลการใช้ AI โดยควรมีความชัดเจนแต่ยืดหยุ่น เพื่อไม่เป็นอุปสรรคต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้
เช่น กรณีการใช้ AI ในการตรวจสอบข้อความการสื่อสารกับลูกค้าของธนาคาร หากมีกฎเกณฑ์ที่ทันสมัยและสนับสนุน ก็จะช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำ อย่างไรก็ตาม วันนี้หลายองค์กรในโลกเดินหน้าสู่ยุค AI อย่างรวดเร็ว ไทยไม่ควรรอให้พร้อมแล้วค่อยเริ่ม แต่ต้องเริ่มวันนี้แล้วเรียนรู้ระหว่างทาง หากรัฐและเอกชนร่วมมือกันผลักดันได้อย่างจริงจัง ไทยจะสามารถใช้ AI ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างแท้จริง