PTTGC ชูจุดแข็งโรงกลั่นชีวภาพครบวงจร เล็งเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน SAF เฟสสองแตะ 24 ล้านลิตรต่อปี หลังเดินเครื่องเฟสแรก 6 ล้านลิตร รองรับความต้องการอุตสาหกรรมการบิน

นายทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มการตลาดเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เติบโตอย่างรวดเร็ว GC ได้สร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจผ่าน 3 จุดแข็งหลัก ได้แก่ (1) โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยรองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ (2) บุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านโรงกลั่นน้ำมัน และ (3) การบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการนำน้ำมันพืชใช้แล้วภายในประเทศมาผลิตเป็น SAF เชิงพาณิชย์ และประสบความสำเร็จในการผลิตเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกของประเทศไทย ด้วยวิธีการผลิตร่วมแบบ Co-processing เปลี่ยนโครงสร้างน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นพลังงานสะอาดและผลิตภัณฑ์ชีวภาพอย่างยั่งยืน

ในเฟสแรกใช้งบลงทุนรวม 160 ล้านบาท มีกำลังการผลิต SAF จำนวน 6 ล้านลิตรต่อปี หรือ Bio-Polymers/Chemicals จำนวน 20,000 ตันต่อปี โดยในเฟสสอง บริษัทตั้งเป้าจะขยายการผลิต SAF เป็น 24 ล้านลิตรต่อปี หรือพลาสติกชีวภาพและผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Polymers/Chemicals) จำนวน 80,000 ตันต่อปี

โดยการขยายการผลิตในเฟสสอง จะพิจารณาสถานการณ์ของตลาด สภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรม นโยบายเชิงบังคับของของหน่วยงานต่างๆ เช่น โครงการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่มีข้อกำหนดให้สายการบินใช้ SAF สัดส่วน 2% ภายในปี 2570 เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก อุตสาหกรรมการบิน

นอกจากนี้กรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) อยู่ระหว่างการพิจารณาออกประกาศกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน (SAF) ในประเทศไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งเสริมการใช้ SAF ภายในประเทศในปี 2570

ทั้งนี้ GC ได้ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่างบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR การบินไทยหรือ TG และสายการบินบางกอก แอร์เวย์ ในการนำ SAF ไปใช้ และมีแผนการขยายการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและขยายฐานการตลาด รวมถึงการทำงานร่วมกับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและพลังงานทดแทน เพื่อผลักดันการพัฒนาและขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน