เถ้าแก่น้อย ร่วมทุน เมเจอร์ ผลิต POPCORN MAJOR เจาะตลาดขนมขบเคี้ยว
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสาหร่ายทะเลแปรรูปทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า TKN ได้ เดินหน้าตามกลยุทธ์ ‘GO Broad’ ขยายผลิตภัณฑ์ Non-seaweed อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างพอร์ตฯ Family of Snacks
ล่าสุดประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บมจ. หรือ MAJOR ผู้นำธุรกิจภาพยนตร์และความบันเทิงครบวงจรของไทย จัดตั้งบริษัทร่วมทุน “บจ. ทีเคเอ็น แอนด์ เมเจอร์ ป๊อปคอร์น” เพื่อรุกตลาดข้าวโพดคั่วแบบซองพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat Popcorn) ภายใต้แบรนด์ “POPCORN MAJOR” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่างผู้นำตลาดสแน็กและผู้นำด้านความบันเทิง เพื่อส่งต่อความอร่อยจากโรงภาพยนตร์สู่ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เตรียมเปิดตัวรสชาติใหม่ “หมึกย่างสไปซี่ (Spicy Grilled Squid)” ในเร็ว ๆ นี้ และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนตั้งแต่ ไตรมาส 4 ปี 2568 (Q4/68) พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ Non-Seaweed จากไม่ถึง 5% เป็น 10% ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
นายอิทธิพัทธ์ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินตามกลยุทธ์ ‘GO Broad’ เพื่อขยายฐานธุรกิจกว้างขึ้นผ่านการพัฒนาสินค้านวัตกรรมกลุ่มใหม่ ๆ (Innovation Food) และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่สาหร่าย (Non-seaweed) เข้าสู่ตลาด โดยมองเห็นศักยภาพการเติบโตของแบรนด์ ‘POPCORN MAJOR’ ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2566 โดยพัฒนาจากป๊อปคอร์นโรงหนังมาอยู่ในรูปแบบซองเข้าสู่ตลาดขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) ส่งผลให้เข้าถึงผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน (Everyday life) ได้อย่างกว้างขวาง รวมถึงเห็นโอกาสและช่องว่างการตลาดที่สามารถเติบโตได้จากการที่มีผู้เล่นหลักในตลาดเพียงรายเดียว
“TKN ร่วมกับ MAJOR จัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ในนาม ‘บริษัท ทีเคเอ็น แอนด์ เมเจอร์ ป๊อปคอร์น จำกัด’ เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต จัดซื้อ และจัดจำหน่ายข้าวโพดคั่วแบบซองพร้อมรับประทาน ภายใต้เครื่องหมายการค้า “POPCORN MAJOR” ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดย TKN ถือหุ้น 51% และ MAJOR ถือหุ้น 49%”
การจัดตั้งบริษัทย่อยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของทั้ง 2 บริษัท โดยเรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของแบรนด์ ‘POPCORN MAJOR’ และโอกาสการเติบโตตลาดข้าวโพดคั่ว (ป๊อปคอร์น) บรรรจุถุงในประเทศ ที่มีมูลค่าตลาดรวม 400 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงได้ผสานความแข็งแกร่งของ MAJOR ที่มีแบรนด์ป๊อปคอร์นโรงหนังที่แข็งแกร่ง เป็นซิกเนเจอร์ที่มีเอกลักษณ์ความอร่อยไม่เหมือนใคร กับ TKN ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสแน็กชั้นนำของประเทศไทยและเป็นผู้นำตลาดสาหร่ายทอดกรอบ
โดยจุดเด่นของ ‘POPCORN MAJOR’ นอกจากรสชาติ ได้ออกแบบแพ็กเกจที่เก็บรสชาติความหอม กรอบ อร่อยได้ทุกที่ทุกเวลา มุ่งขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่ชอบกินป๊อปคอร์น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจป๊อปคอร์น และยังเป็นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ POPCORN MAJOR ให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย” นายอิทธิพัทธ์ กล่าว
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ POPCORN MAJOR มี 3 รสชาติหลัก ได้แก่ รสชีส (Cheese), ออริจินอล (Original) และข้าวโพดปิ้ง (Grilled Corn) และยังมีรสชาติพิเศษอีกหนึ่งรสชาติ คือ รสโนริสาหร่าย (Nori Seaweed ) และเตรียมออกรสชาติใหม่ในเร็ว ๆ นี้ คือ รสหมึกย่างสไปซี่ (Spicy Grilled Squid ) เตรียมวางจำหน่ายผ่านช่องทาง Modern Trade (MT) และ Traditional Trade (TT) ขณะที่ตลาดต่างประเทศอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด โดยมีประเทศเป้าหมายในกลุ่มอาเซียน อาทิ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้จดทะเบียนเครื่องหมายฮาลาลไว้แล้ว
ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากบริษัทร่วมทุนดังกล่าวตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2568 โดยตั้งเป้ายอดขายในปีแรกไม่ต่ำกว่า 238 ล้านบาท และคาดว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Non-seaweed ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของรายได้รวม
ด้าน นายวิศรุต พูลวรลักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR กล่าวว่า การร่วมทุนในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญที่ท้าทาย คือ การผนึกกำลังระหว่างสองผู้นำในอุตสาหกรรมที่มีความเชี่ยวชาญแตกต่าง แต่สามารถเกื้อหนุนกันได้อย่างลงตัว เมเจอร์นำจุดแข็งจากแบรนด์ ‘เมเจอร์ ป๊อปคอร์น’ ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนรักการชมภาพยนตร์ ด้วยเอกลักษณ์ความอร่อยเฉพาะตัวที่แตกต่างจากป๊อปคอร์นทั่วไป ซึ่งเป็นรสชาติแห่งประสบการณ์ที่ผู้บริโภครู้จักและจดจำได้
“MAJOR เชื่อมั่นว่าการร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่แข็งแรง สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืนของสังคม พร้อมขับเคลื่อนแบรนด์ “POPCORN MAJOR” ให้เป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความสุขที่แบ่งปันได้ในทุกโมเมนต์’ อย่างแท้จริง” นายวิศรุต กล่าว