ซีจี แคปปิตอลในเซ็นทรัล กรุ๊ป เดินหน้าลุยโปรเจ็ต 2 จับมือ ไอเอชจี ขายคอนโดหรูบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ราคาเริ่มต้น 40 ล้าน สูงสุดห้องเพนเฮ้าส์ มาลัย ราคากว่า 200 ล้าน
วันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วมและหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด บริษัทผู้บริหารกองทุน Private Equity ในกลุ่มธุรกิจ Real Estate and Hospitality ภายใต้เซ็นทรัล กรุ๊ป เปิดเผยว่า ด้วยความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยว่ายังมีอนาคตที่ดี และเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูไทยคาดเติบโต 3.4% ต่อปีจนถึงปี 2572 บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนโครงการที่ 2
โดยได้ร่วมมือกับ ไอเอชจี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ (IHG Hotels & Resorts) หนึ่งในกลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับโลก ในโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ แบงคอก อโศก (InterContinental Residences Bangkok Asoke) ที่มีมูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท บนทำเลสุขุมวิท
“โครงการนี้เป็นโครงการที่ 2 ของบริษัท ที่เป็น Branded Residences หรือโครงการที่อยู่อาศัยที่ร่วมกับแบรนด์ดังในด้านการออกแบบ การตกแต่ง และการบริหารจัดการ มาพร้อมกับบริการที่พิเศษ หลังจากประสบความสำเร็จในโครงการแรกคือ เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา ไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2569 โดยเราเชื่อมั่นว่าทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการดึงดูดชาวต่างชาติที่ต้องการย้ายมาอาศัยหรือต้องการจะมีที่พักในเอเชีย เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อย่าง นิวยอร์ก ลอนดอน โตเกียว ฮ่องกง และสิงคโปร์”
ทั้งนี้ความร่วมมือกับ IHG ครั้งนี้ เป็นโครงการคอนโดมิเนียม ให้แบบฟรีโฮลด์ (Freehold) ที่เป็น Branded Residences ที่จะได้รับบริการระดับโรงแรม 5 ดาว โดยจะเจาะกลุ่มทั้งคนไทยที่คุ้นเคยกับย่านสุขุมวิทและชาวต่างชาติจากทั่วโลก ซึ่งมีทั้งหมด 88 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 139–547 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 40.8 ล้านบาท หรือ ตร.ม.ละ 3 แสนบาท และสูงสุดกว่า 200 ล้านบาท หรือราคาไม่เกิน 5 แสนบาทต่อตร.ม. มี 1 ยูนิตเป็นห้องเพนส์เฮ้าส์ ที่ให้ชื่อว่า มาลัย
อย่างไรก็ดีจะเปิดขายรอบ VIP ในวันที่ 16 พ.ย. 2568 นี้ โดยคาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี 2572 สำหรับโครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงสุดในซอยสุขุมวิท 16 บริเวณอโศก ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ไลฟ์สไตล์ และคมนาคมของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลที่มีความต้องการสูงที่สุด และยังคงมีมูลค่าการเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยปัจจุบันราคาที่ดินในสุขุมวิทตอนต้นสูงเกือบ 3 ล้านบาทต่อตารางวา ขณะที่ดัชนีค่าเช่าทั่วกรุงเทพฯ โดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 9% ในช่วงที่ผ่านมา ชี้ถึงศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจในระยะยาว
นายภูมิ กล่าวว่า บริษัทมีมูลค่ากองทุนเริ่มต้น 300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) แต่สามารถลงทุนได้ 15,000 ล้านบาท จากการกู้สถาบันการเงิน โดยเน้นลงทุนในธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ทั้งในรูปแบบ Greenfield, Brownfield และ Turnaround ครอบคลุมโรงแรม คอนโดมิเนียม สวนสนุก สวนน้ำ และมิกซ์ยูส โดยลงทุนในเมืองท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นหลัก มุ่งเน้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต และสมุย คาดว่าจะมีโครงการปีละ 2-3 โครงการ