‘บ้านปู’ ประกาศควบรวม ‘บ้านปู พาวเวอร์’ ตั้งบริษัทใหม่จดทะเบียนเข้า ตลท. ไตรมาส 3/2569 เตรียมขายสิทธิการลงทุน 25% ในกิจการร่วมค้า 7,512 ล้านบาท
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบ้านปูได้ควบรวมกิจการกับบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เพื่อจัดตั้ง “บริษัทใหม่” หรือ “NewCo” โดยจะมีการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบ้านปู และ BPP ในอัตราส่วนการแลกหุ้น (Swap Ratio) เบื้องต้น คือ 1 หุ้นเดิมในบริษัท ต่อ 0.35575 หุ้นในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิมใน BPP ต่อ 0.74615 หุ้นในบริษัทใหม่ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการควบรวมบริษัท
“คาดว่าบริษัทใหม่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ภายในไตรมาส 3/2569 มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ BPP ให้มีกลยุทธ์ที่คมชัดมากขึ้น ลดความซับซ้อนของโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทภายในกลุ่ม ช่วยเสริมสร้างความคล่องตัว ความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ และความรวดเร็วในการตัดสินใจ เพื่อปลดล็อกคุณค่าจากทั้งโอกาสใหม่และทรัพย์สินที่มีอยู่”
อย่างไรก็ตาม ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เพื่อให้ความเห็นในเรื่องความสมเหตุสมผลของรายการ ซึ่งการรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ เป็นการรวมการถือหุ้นส่วนใหญ่ 75% ในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ ขนาดกำลังผลิต 1.5 กิกะวัตต์ ไว้ภายใต้บริษัท BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบ้านปูที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE)
นายสินนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า BPP อยู่ระหว่างการเตรียมขายสิทธิการลงทุน (Membership Interests) 25% ในกิจการร่วมค้า BKV-BPP Power LLC (BKV-BPP) ให้แก่ BKV มูลค่าประมาณ 230.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่าประมาณ 7,512 ล้านบาท) โดย BPP ยังคงถือหุ้น 25% ในกิจการร่วมค้าดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในอนาคต
“คาดว่าธุรกรรมนี้จะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2569 และจะดำเนินการชำระค่าตอบแทนจากการจำหน่ายสิทธิการลงทุนในรูปแบบของเงินสดจำนวน 50% และหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BKV คิดเป็น 50% ของมูลค่ารวม”
ทั้งนี้ เพื่อรองรับบ้านปูกำลังเร่งผลักดันการเติบโตของกลุ่มธุรกิจที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตหลัก ได้แก่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจไฟฟ้า โดยการรวมสินทรัพย์ด้านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ ไว้ภายใต้ BKV ซึ่งจะเป็นธุรกิจหลักที่สามารถปลดล็อกกลยุทธ์ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐได้เต็มศักยภาพ
อีกทั้ง ยังครอบคลุมการผลิตก๊าซธรรมชาติ การดักจับคาร์บอน และการผลิตไฟฟ้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจก๊าซ แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกด้วย
นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า การควบรวมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยน BPP จากผู้ผลิตไฟฟ้าระดับภูมิภาค สู่แพลตฟอร์มหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตในกลุ่มบ้านปู ประกอบกับการขายสิทธิการลงทุนบางส่วนจำนวน 25% ใน BKV-BPP ก็จะช่วยปลดล็อกเงินทุนที่สามารถนำไปใช้ในการลดภาระหนี้หรือการลงทุนใหม่ในโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ได้
ที่สำคัญ ยังรักษาตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในตลาดสหรัฐ เพื่อเปิดรับการเติบโตในระยะยาวในระดับภูมิภาค ตั้งเป้าหมายเพิ่มกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็น 1.5 เท่า ภายในปี 2573 ลดสัดส่วนรายได้หรือ EBITDA ที่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหินให้ต่ำกว่า 50% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 มากกว่า 20%
สำหรับเป้าหมายระยะยาว บ้านปูยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ภายใต้พันธสัญญา “Our Way in Energy” หรือ “พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน“